บทที่ 2 · ส่วนที่ 1

ปัจจัยนำเข้า (Inputs)

ทีมประเมินผลภายในได้กำหนดกรอบการประเมินผลภายในตามโมเดลเชิงระบบ (Logic model) แบ่งเป็นปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และผลลัพธ์ ดังรูปที่ 1
ทีมประเมินผลภายในได้กำหนดกรอบการประเมินผลภายในตามโมเดลเชิงระบบ (Logic model) แบ่งเป็นปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และผลลัพธ์ ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 กรอบการประเมินตามโมเดลเชิงระบบของโครงการ “สุขเป็น2” ทีมประเมินภายในใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการประเมินผลภายในดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล

ของโครงการจากเอกสารรายงานประจำเดือน การบันทึกกิจกรรม การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ และแบบสอบถาม ข้อมูลได้จากผู้จัดโครงการ ผู้ประสานงานพื้นที่ หน่วยงานภาคีขับเคลื่อน CAs และประชาชนผู้รับประโยชน์ และสรุปประเด็นข้อค้นพบทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อสะท้อนการดำเนินงานของโครงการนี้

1. ปัจจัยนำเข้า (Inputs)

โครงการมีปัจจัยนำเข้าที่เอื้อต่อการดำเนินโครงการหลายมิติทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือวิธีการ และพื้นที่ดำเนินการ ดังนี้

1.1 พื้นที่ทำงาน พื้นที่เดิม (5 จังหวัด) และพื้นที่ใหม่ (10 จังหวัด) การดำเนินโครงการสุขเป็นในระยะขยายผลมีการกำหนดพื้นที่ขยายผลอย่างเป็นระบบ โดยในพื้นที่เดิม 5 จังหวัด มีการหารือร่วมกับทีมแกนหลัก (core team) เพื่อกำหนดทิศทางการขยายผลทั้งในเชิงพื้นที่ (จากหมู่บ้านสู่ตำบล หรือ จากตำบลสู่อำเภอ หรือจังหวัด หรือ ระหว่าง หมู่บ้าน / ตำบลใกล้เคียง) และในเชิงประเด็นเฉพาะที่ตอบสนองต่อบริบทและความต้องการของพื้นที่ เช่น ประเด็นความสัมพันธ์หรือการสื่อสารเชิงบวกในครอบครัว เช่น ในพื้นที่ ตำบลโปงทุ่ง จ.เชียงใหม่ หรือการเชื่อมโยงงานกับงานเด็กและเยาวชน เช่น ต.ละหาร จ.นนทบุรี ต.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจของ Core team และ CAs ที่จะประยุกต์ใช้แนวคิดสุขภาวะจิตเชิงบวกในบริบทจริงที่หลากหลาย และโครงการมีความยืดหยุ่นที่ขยายผลได้ตามความต้องการของพื้นที่

การค้นหาและกำหนดพื้นที่ใหม่สำหรับขยายผลโครงการมีการเฟ้นหาอย่างรอบคอบเพื่อมุ่งหวังให้ได้ “คนที่ใช่” มาเป็น Core team และหา CAs ที่จะขับเคลื่อนงานผ่านกลไกการทำงานในระดับพื้นที่ได้ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีและการเฟ้นหา Core team ที่ “เห็นคุณค่า เข้าใจ และมีพลังในการขับเคลื่อน” ทำให้เกิดความก้าวหน้าในบางพื้นที่อย่างรวดเร็ว เช่น พื้นที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ที่เป็นพื้นที่มีพื้นฐานการทำงานปฐมภูมิด้วยกลไก 3 หมอ เชื่อมโยงชุมชนและระบบบริการและงานสุขภาพจิตเชิงบวก พื้นที่ จ.สกลนคร ที่มี เครือข่ายเดิมของ P2H จากหน่วยงานด้านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระดับจังหวัดและระดับตำบล

อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ดำเนินงานโครงการก็พบอุปสรรคที่ควบคุมได้ยาก เช่น ภารกิจงานหลักของ core team และ CAs ที่มาก ทำให้ท้ายที่สุดบางพื้นที่ไม่สามารถบูรณาการงานปกติเข้ากับโครงการสุขเป็นได้อย่างราบรื่น บางพื้นที่พบว่าหัวหน้าหน่วยงานเห็นพ้องในการนำสุขเป็นมาใช้ในเชิงนโยบาย แต่ผู้ปฏิบัติงานมีงานล้นมือจนไม่สามารถบูรณาการได้เป็นเนื้อเดียวกัน ขาดความเชื่อมโยงการทำงานที่มีผู้นำขบวนแท้จริง บางพื้นที่เปลี่ยน core team เช่น แกนนำคนเดิมเกษียณอายุราชการ ทำให้การทำงานขาดความต่อเนื่องไปในที่สุด

บางพื้นที่กลายเป็นโอกาส พื้นที่ที่เล็งไว้เดิมไม่ได้ตามผล แต่พื้นที่ข้างเคียงที่ได้รับข้อมูลข่าวสารมากลับสนใจอย่างจริงจัง เช่น สุขเป็นที่เบญจลักษ์ หรือ สสจ.อุบลราชธานี ซึ่งไม่ได้ถูกกำหนดเป็นหมุดหมายในช่วงต้น แต่ช่วงหลังค้นพบ “คนที่ใช่” ทำให้ที่ อำเภอเบญจลักษ์ เอาสุขเป็นไปใช้ขยายผลอย่างรวดเร็วในโรงพยาบาลทั้งในส่วนงานสุขภาพจิตโดยตรงและงานอื่น ๆ ของหน่วยบริการ ส่วน สสจ.อุบลราชธานีเริ่มสนใจขยายผลมีการนำกิจกรรมสุขเป็นไปสอดแทรกในกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัด โดย สสจ. เช่นการประชุมวิชาการ นับว่าเป็น “คนที่ใช่” ที่ค้นหาเจอในภายหลังและไม่ใช่เป้าหมายที่ทีมโครงการมุ่งเน้นในช่วงแรก

ข้อค้นพบประเด็นพื้นที่ทำงานนี้ สะท้อนว่า โครงการมีกระบวนการกำหนดพื้นที่ทำงานที่จะขยายผลของโครงการในทั้งสองกลุ่มพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำงานที่ “เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และค้นหาศักยภาพของพื้นที่เน้นงานเชิงคุณภาพ” ทำให้โครงการขยายผลสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้กระจายทุกพื้นที่ที่เกิดกลไกชุมชนทั้ง 15 จังหวัด แม้ว่าบางจังหวัดจะไม่เกิดการเชื่อมต่อกับระบบที่ชัดเจนก็ตาม ระหว่างการดำเนินการมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่จังหวัดตามเงื่อนไขของคนทำงานและนโยบายในพื้นที่ ในท้ายที่สุด โครงการสามารถที่จะขยายผล และเชื่อมโยงเครือข่ายไปยังจังหวัดอื่น ๆ นอกเหนือจากพื้นที่เป้าหมายที่มีความสนใจ คือ จังหวัดปัตตานี และสุราษฎร์ธานี ขยายไปยังพื้นที่ ศรีสะเกษและอำนาจเจริญในเขตอีสานใต้ อย่างไรก็ตาม แนวทางการทำงาน การขับเคลื่อนผลักดันงานสุขเป็น ระบบและกลไกที่ขับเคลื่อนงานในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ตลอดจนระดับผลลัพธ์ของแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกันตามบริบทเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่

ในระยะแรก โครงการได้พัฒนาชุดคู่มือและสื่อประกอบการจัดกิจกรรมสุขเป็น เพื่อสนับสนุนการสร้าง

เสริมสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่

ภาพประกอบ

ข้อค้นพบของโครงการในช่วงแรก พบว่า CAs มีความต้องการให้โครงการเพิ่มเติมการสนับสนุนในเรื่องของคู่มือ สื่อ และแนวทางการจัดกิจกรรมหรือเครื่องมือสุขเป็น ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานและขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละพื้นที่ ภายหลังโครงการมีการรวบรวมและสังเคราะห์เนื้อหาที่เกิดจากการสะท้อนการนำเครื่องมือสุขเป็นไปใช้โดย CAs แต่ละพื้นที่ มาปรับให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทมากขึ้น บางอย่างเกิดนวัตกรรมสร้างสุขใหม่ เช่น เป่ายิงฉุบสุขเป็น สื่อโปสเตอร์สำหรับทำป้ายไวนิล เช่น “ไปต่อหรือติดกับ” “เรามองโลกแบบไหน” ทำให้มีสื่อทางเลือกให้นำไปใช้ได้ง่ายและครอบคลุมประโยชน์มากขึ้น ในช่วงการรวบรวมและสังเคราะห์นี้เองที่ทำให้โครงการพบว่า กิจกรรม “สุขเป็น” แบ่งเป็น 8 หมวด ได้แก่ 1) มองโลกในแง่ดี 2) การคิดแบบเติบโต 3) ล้มแล้วลุกไว 4) การอยู่กับปัจจุบันขณะ 5) ซาบซึ้ง-ขอบคุณ 6) ของดีในตัวเรา 7) ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น 8) ความสัมพันธ์ที่เป็นสุขและรับผิดชอบ

เกิดการสนับสนุนบูรณาการกันกับภารกิจเดิมที่ทำอยู่ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงงาน คน และงบประมาณ เรียกว่ามี Pain point บางอย่างที่โครงการสุขเป็นเข้าไปช่วยเติมเต็มได้ พบว่า มักจะมีปัญหาบางอย่างอยู่ แต่ยังไม่ได้คำตอบว่าจะแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาอย่างไร เช่น งานปฐมภูมิแม่ทะ จ.ลำปาง ขาดพลังของคนทำงานในการเชื่อมโยง อสม. และประชาชนในพื้นที่ เกิดช่องว่างของคนในทีม 3 หมอ พื้นที่ ต.ม่วงคำ จ.เชียงราย ที่พบว่า มีปัญหาสุขภาพจิตเยอะในพื้นที่ พื้นที่ รพสต.บ้านชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่พบปัญหาเรื่อง NCDs และการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ พื้นที่ ศพค.ท่าทราย จ. นนทบุรี เข้าไปช่วยให้คนทำงานมองเห็นปัญหาหรือช่องว่างของการพัฒนางานโดยใช้แนวคิดสุขภาพจิตเชิงบวกเข้าไปช่วยหนุนเสริมได้ ทำให้เห็นมุมมองการเชื่อมโยงสุขเป็นเข้ากับการส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว

จากปัจจัยนำเข้าเหล่านี้ จะเห็นว่าโครงการมีปัจจัยนำเข้าที่หลากหลายมิติ ภายใต้เงื่อนไขความท้าทายสำคัญ คือ “คนที่ใช่” “ความใหม่ของแนวคิดสุขเป็น” “หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” และ “การทำความเข้าใจกับแกนนำในพื้นที่เกี่ยวกับแนวทางสุขเป็นที่ไม่ใช่แนวทางแบบเส้นตรงกำหนดไว้เป็นขั้นตอน”