
รูปที่ 1 กรอบการประเมินตามโมเดลเชิงระบบของโครงการ “สุขเป็น2” ทีมประเมินภายในใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการประเมินผลภายในดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
ของโครงการจากเอกสารรายงานประจำเดือน การบันทึกกิจกรรม การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ และแบบสอบถาม ข้อมูลได้จากผู้จัดโครงการ ผู้ประสานงานพื้นที่ หน่วยงานภาคีขับเคลื่อน CAs และประชาชนผู้รับประโยชน์ และสรุปประเด็นข้อค้นพบทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อสะท้อนการดำเนินงานของโครงการนี้
1. ปัจจัยนำเข้า (Inputs)
โครงการมีปัจจัยนำเข้าที่เอื้อต่อการดำเนินโครงการหลายมิติทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือวิธีการ และพื้นที่ดำเนินการ ดังนี้
1.1 พื้นที่ทำงาน พื้นที่เดิม (5 จังหวัด) และพื้นที่ใหม่ (10 จังหวัด) การดำเนินโครงการสุขเป็นในระยะขยายผลมีการกำหนดพื้นที่ขยายผลอย่างเป็นระบบ โดยในพื้นที่เดิม 5 จังหวัด มีการหารือร่วมกับทีมแกนหลัก (core team) เพื่อกำหนดทิศทางการขยายผลทั้งในเชิงพื้นที่ (จากหมู่บ้านสู่ตำบล หรือ จากตำบลสู่อำเภอ หรือจังหวัด หรือ ระหว่าง หมู่บ้าน / ตำบลใกล้เคียง) และในเชิงประเด็นเฉพาะที่ตอบสนองต่อบริบทและความต้องการของพื้นที่ เช่น ประเด็นความสัมพันธ์หรือการสื่อสารเชิงบวกในครอบครัว เช่น ในพื้นที่ ตำบลโปงทุ่ง จ.เชียงใหม่ หรือการเชื่อมโยงงานกับงานเด็กและเยาวชน เช่น ต.ละหาร จ.นนทบุรี ต.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจของ Core team และ CAs ที่จะประยุกต์ใช้แนวคิดสุขภาวะจิตเชิงบวกในบริบทจริงที่หลากหลาย และโครงการมีความยืดหยุ่นที่ขยายผลได้ตามความต้องการของพื้นที่
การค้นหาและกำหนดพื้นที่ใหม่สำหรับขยายผลโครงการมีการเฟ้นหาอย่างรอบคอบเพื่อมุ่งหวังให้ได้ “คนที่ใช่” มาเป็น Core team และหา CAs ที่จะขับเคลื่อนงานผ่านกลไกการทำงานในระดับพื้นที่ได้ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีและการเฟ้นหา Core team ที่ “เห็นคุณค่า เข้าใจ และมีพลังในการขับเคลื่อน” ทำให้เกิดความก้าวหน้าในบางพื้นที่อย่างรวดเร็ว เช่น พื้นที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ที่เป็นพื้นที่มีพื้นฐานการทำงานปฐมภูมิด้วยกลไก 3 หมอ เชื่อมโยงชุมชนและระบบบริการและงานสุขภาพจิตเชิงบวก พื้นที่ จ.สกลนคร ที่มี เครือข่ายเดิมของ P2H จากหน่วยงานด้านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระดับจังหวัดและระดับตำบล
อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ดำเนินงานโครงการก็พบอุปสรรคที่ควบคุมได้ยาก เช่น ภารกิจงานหลักของ core team และ CAs ที่มาก ทำให้ท้ายที่สุดบางพื้นที่ไม่สามารถบูรณาการงานปกติเข้ากับโครงการสุขเป็นได้อย่างราบรื่น บางพื้นที่พบว่าหัวหน้าหน่วยงานเห็นพ้องในการนำสุขเป็นมาใช้ในเชิงนโยบาย แต่ผู้ปฏิบัติงานมีงานล้นมือจนไม่สามารถบูรณาการได้เป็นเนื้อเดียวกัน ขาดความเชื่อมโยงการทำงานที่มีผู้นำขบวนแท้จริง บางพื้นที่เปลี่ยน core team เช่น แกนนำคนเดิมเกษียณอายุราชการ ทำให้การทำงานขาดความต่อเนื่องไปในที่สุด
บางพื้นที่กลายเป็นโอกาส พื้นที่ที่เล็งไว้เดิมไม่ได้ตามผล แต่พื้นที่ข้างเคียงที่ได้รับข้อมูลข่าวสารมากลับสนใจอย่างจริงจัง เช่น สุขเป็นที่เบญจลักษ์ หรือ สสจ.อุบลราชธานี ซึ่งไม่ได้ถูกกำหนดเป็นหมุดหมายในช่วงต้น แต่ช่วงหลังค้นพบ “คนที่ใช่” ทำให้ที่ อำเภอเบญจลักษ์ เอาสุขเป็นไปใช้ขยายผลอย่างรวดเร็วในโรงพยาบาลทั้งในส่วนงานสุขภาพจิตโดยตรงและงานอื่น ๆ ของหน่วยบริการ ส่วน สสจ.อุบลราชธานีเริ่มสนใจขยายผลมีการนำกิจกรรมสุขเป็นไปสอดแทรกในกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัด โดย สสจ. เช่นการประชุมวิชาการ นับว่าเป็น “คนที่ใช่” ที่ค้นหาเจอในภายหลังและไม่ใช่เป้าหมายที่ทีมโครงการมุ่งเน้นในช่วงแรก
ข้อค้นพบประเด็นพื้นที่ทำงานนี้ สะท้อนว่า โครงการมีกระบวนการกำหนดพื้นที่ทำงานที่จะขยายผลของโครงการในทั้งสองกลุ่มพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำงานที่ “เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และค้นหาศักยภาพของพื้นที่เน้นงานเชิงคุณภาพ” ทำให้โครงการขยายผลสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้กระจายทุกพื้นที่ที่เกิดกลไกชุมชนทั้ง 15 จังหวัด แม้ว่าบางจังหวัดจะไม่เกิดการเชื่อมต่อกับระบบที่ชัดเจนก็ตาม ระหว่างการดำเนินการมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่จังหวัดตามเงื่อนไขของคนทำงานและนโยบายในพื้นที่ ในท้ายที่สุด โครงการสามารถที่จะขยายผล และเชื่อมโยงเครือข่ายไปยังจังหวัดอื่น ๆ นอกเหนือจากพื้นที่เป้าหมายที่มีความสนใจ คือ จังหวัดปัตตานี และสุราษฎร์ธานี ขยายไปยังพื้นที่ ศรีสะเกษและอำนาจเจริญในเขตอีสานใต้ อย่างไรก็ตาม แนวทางการทำงาน การขับเคลื่อนผลักดันงานสุขเป็น ระบบและกลไกที่ขับเคลื่อนงานในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ตลอดจนระดับผลลัพธ์ของแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกันตามบริบทเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่
- ทีมทำงานโครงการที่มีศักยภาพและความพร้อม โครงการมีผู้จัดการโครงการ และทีมทำงานที่มีความเข้าใจพื้นฐานเรื่องสุขภาพจิตเชิงบวกตามแนวคิด PERMA มีความเชี่ยวชาญการทำงานจัดการเรียนรู้ที่ใช้แนวทาง Experiential learning และ Activity-based learning ทำให้การออกแบบกิจกรรมมีความน่าสนใจและถอดเนื้อหาวิชาการของสุขภาพจิตเชิงบวกให้มาเป็นสิ่งที่เรียนรู้เข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ โครงการยังมีที่ปรึกษาเชิงวิชาการของโครงการภาควิชาการด้านสุขภาพจิต ด้านสุขภาพจิตเชิงบวก และด้านการประยุกต์ใช้ในระบบสุขภาพ ทำให้การทำงานของโครงการมีหลักวิชาการ และมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน ทีมทำงานแบ่งเป็น 4 ทีมหลัก กระจายตามพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ที่ยึดโยงหลักการทำงานแบบเดียวกัน ทั้งนี้ ทีมทำงานแต่ละภูมิภาคจะมีการประชุมติดตามและถอดบทเรียนการทำงานกันทุก ๆ 3 เดือน แม้วิธีการที่แต่ละทีมของโครงการจะนำไปใช้แตกต่างกัน ก็พบว่ายังยึดโยงหลักการสำคัญคือ “หัวใจกระบวนการสุขเป็น” อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางและท้ายของโครงการ ที่ต้องมุ่งเน้นการเชื่อมต่อกับระบบ พบว่า ทีมทำงานโครงการแต่ละทีม มีความเข้าใจระบบไม่เท่ากัน จึงเป็นข้อสังเกตว่า การทำงานกับระบบอาจมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้มีผู้เชี่ยวชาญและเข้าใจระบบ หรือเป็นคนในระบบมาเป็นที่ปรึกษาหรือแนะนำให้กับทีมโครงการด้วย น่าจะทำให้การผลักดันระบบทำได้ดีมากยิ่งขึ้น
- วัฒนธรรมของทีมทำงานโครงการ ทีมทำงานโครงการมีวัฒนธรรมเป็นการประเมินเพื่อพัฒนาภายในองค์กร มีการเชื่อมโยงการทำงานแต่ละทีมจึงต้องอาศัยการประเมินเชิงพัฒนามาช่วย ประกอบกับทีมทำงานนำบทเรียนที่ได้เรียนรู้ต่าง ๆ มาปรับปรุงและพัฒนาตั้งโจทย์ท้าทายต่อไป เช่น บางพื้นที่ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างกลไกการทำงานของ CAs เกิดจากอะไร ได้บทเรียนอย่างไร นอกจากนี้ ทีมทำงานที่จะเติมเต็มความเข้าใจในเนื้อหา PERMA ให้คนทำงานมีความเข้าใจลุ่มลึกมากขึ้นเกี่ยวกับ positive psychology เป็นการพัฒนาทีมที่ทำให้เกิดการเรียนรู้กันระหว่างทีมและส่งเสริมศักยภาพการทำงานของคนในทีมมากขึ้น และสามารถขยายผลผลักดันกลไกและระบบการทำงานด้านสุขภาพจิตเชิงบวกให้มีความชัดเจนมากขึ้นด้วย ทีมประเมินภายในตั้งข้อสังเกตในจุดนี้มา เมื่อเริ่มต้นการทำงานทุกทีมไม่ได้มีความเข้าใจ PERMA ที่สอดคล้องกัน ซึ่งช่วงหลังเมื่อมีการประชุมทีม มีการเชิญนักวิชาการที่เข้าใจ PERMA มาพัฒนาศักยภาพในทีมโครงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นการพัฒนาของทีมอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าทีมทำงานมีวัฒนธรรมการทำงานที่เติบโต
- Core team ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ
- พื้นที่เดิม (5 จังหวัด) มีต้นทุนของ CAs เดิมที่เคยพัฒนาไว้แล้วในโครงการระยะแรก กลุ่ม core team จะเป็นผู้ที่เห็นคุณค่าของ “สุขเป็น” เป็น Core team เป็นกลุ่มที่สนใจอยากขับเคลื่อนงานสุขเป็นต่อไป และอยากขยายต่อยอด เช่น ต.ไชยราช และ ต.เขาล้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ต.ละหาร จ.นนทบุรี ต.หลักห้า จ.สมุทรสาคร ต.โปงทุ่ง จ.เชียงใหม่ กลุ่ม core team ในพื้นที่นี้ค่อนข้างชัดเจนว่ามีใครบ้าง เกาะกลุ่มทำงานร่วมกันมีคนขับเคลื่อนงานสุขเป็นตามกลไกในพื้นที่ที่ชัดเจน
- พื้นที่ใหม่ (10 จังหวัด) เป็นความท้าทายที่โครงการในการกำหนดพื้นที่ใหม่ และเฟ้นหา“คนที่ใช่” ที่มีมุมมองต่อการส่งเสริมสุขภาพจิตเชิงบวก การทำงานที่ต้นน้ำ และมองเห็นทิศทางการทำงานเชิงระบบ ประเด็นสำคัญที่ได้จากตรงนี้ คือ การมุ่งเฟ้นหา “คนที่ใช่” ว่าคนที่มีคุณลักษณะสำคัญคือมองเห็นเป้าหมายและความสำคัญของการทำงานแก้ปัญหาด้านสุขภาพที่ต้นน้ำ ไม่ใช่แค่ปลายน้ำและตั้งรับ มีความคิดแบบเติบโต และพร้อมเปิดใจเรียนรู้ โดยไม่ยึดติดเพียงแค่งาน ตัวชี้วัด หรือข้อจำกัดของงบประมาณ ซึ่งกลุ่มนี้ค่อนข้างหายาก จำเป็นต้องมีการถอดบทเรียนในการเลือกหา “คนที่ใช่” และประเมิน “คนที่ไม่ใช่” ว่าเป็นอย่างไร
- ชุดกิจกรรม/เครื่องมือสุขเป็น เป็นคู่มือจัดกิจกรรม “สุขเป็น” ที่รวบรวมกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับทักษะ 7 ด้านที่ส่งเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกตามที่โครงการมุ่งเน้น เป็นคู่มือที่ได้มาจากการทำโครงการในระยะที่ 1 ที่ผ่านทดลองใช้ในกลุ่มเป้าหมายมาระยะหนึ่งแล้ว และพบว่าหลาย ๆ กิจกรรมเป็นสิ่งที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น ระบายใจ เกมเศรษฐีสุขเป็น บันไดงูสุขเป็น 12Tips
ในระยะแรก โครงการได้พัฒนาชุดคู่มือและสื่อประกอบการจัดกิจกรรมสุขเป็น เพื่อสนับสนุนการสร้าง
เสริมสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่
- คู่มือจัดกิจกรรมสุขเป็น ที่มีชุดกิจกรรมที่ครอบคลุมการพัฒนาทักษะ 7 ประการ และกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ เช่น เกมต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและประสบการณ์ เช่น เกมเศรษฐีสุขเป็น บันไดงูสุขเป็น เซียมซีมีสุข (ตัวอย่างสื่อดูได้ที่ )

ข้อค้นพบของโครงการในช่วงแรก พบว่า CAs มีความต้องการให้โครงการเพิ่มเติมการสนับสนุนในเรื่องของคู่มือ สื่อ และแนวทางการจัดกิจกรรมหรือเครื่องมือสุขเป็น ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานและขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละพื้นที่ ภายหลังโครงการมีการรวบรวมและสังเคราะห์เนื้อหาที่เกิดจากการสะท้อนการนำเครื่องมือสุขเป็นไปใช้โดย CAs แต่ละพื้นที่ มาปรับให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทมากขึ้น บางอย่างเกิดนวัตกรรมสร้างสุขใหม่ เช่น เป่ายิงฉุบสุขเป็น สื่อโปสเตอร์สำหรับทำป้ายไวนิล เช่น “ไปต่อหรือติดกับ” “เรามองโลกแบบไหน” ทำให้มีสื่อทางเลือกให้นำไปใช้ได้ง่ายและครอบคลุมประโยชน์มากขึ้น ในช่วงการรวบรวมและสังเคราะห์นี้เองที่ทำให้โครงการพบว่า กิจกรรม “สุขเป็น” แบ่งเป็น 8 หมวด ได้แก่ 1) มองโลกในแง่ดี 2) การคิดแบบเติบโต 3) ล้มแล้วลุกไว 4) การอยู่กับปัจจุบันขณะ 5) ซาบซึ้ง-ขอบคุณ 6) ของดีในตัวเรา 7) ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น 8) ความสัมพันธ์ที่เป็นสุขและรับผิดชอบ
- เนื้อหาและวิธีการของโครงการที่สอดคล้องกับ Pain point ของหน่วยงานหรือองค์กรในพื้นที่
เกิดการสนับสนุนบูรณาการกันกับภารกิจเดิมที่ทำอยู่ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงงาน คน และงบประมาณ เรียกว่ามี Pain point บางอย่างที่โครงการสุขเป็นเข้าไปช่วยเติมเต็มได้ พบว่า มักจะมีปัญหาบางอย่างอยู่ แต่ยังไม่ได้คำตอบว่าจะแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาอย่างไร เช่น งานปฐมภูมิแม่ทะ จ.ลำปาง ขาดพลังของคนทำงานในการเชื่อมโยง อสม. และประชาชนในพื้นที่ เกิดช่องว่างของคนในทีม 3 หมอ พื้นที่ ต.ม่วงคำ จ.เชียงราย ที่พบว่า มีปัญหาสุขภาพจิตเยอะในพื้นที่ พื้นที่ รพสต.บ้านชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่พบปัญหาเรื่อง NCDs และการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ พื้นที่ ศพค.ท่าทราย จ. นนทบุรี เข้าไปช่วยให้คนทำงานมองเห็นปัญหาหรือช่องว่างของการพัฒนางานโดยใช้แนวคิดสุขภาพจิตเชิงบวกเข้าไปช่วยหนุนเสริมได้ ทำให้เห็นมุมมองการเชื่อมโยงสุขเป็นเข้ากับการส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว
จากปัจจัยนำเข้าเหล่านี้ จะเห็นว่าโครงการมีปัจจัยนำเข้าที่หลากหลายมิติ ภายใต้เงื่อนไขความท้าทายสำคัญ คือ “คนที่ใช่” “ความใหม่ของแนวคิดสุขเป็น” “หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” และ “การทำความเข้าใจกับแกนนำในพื้นที่เกี่ยวกับแนวทางสุขเป็นที่ไม่ใช่แนวทางแบบเส้นตรงกำหนดไว้เป็นขั้นตอน”