- กระบวนการพัฒนาคน
- กระบวนการพัฒนา CAs วิธีการ “หัวใจของกระบวนการสุขเป็น”
1) ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 หรือ ทีมโครงการเรียกว่า “หลักสูตร 7-3-3-3” เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการสุขเป็น เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแกนนำสุขเป็น (CAs) ในทุกพื้นที่ โดยมุ่งหวังใน CAs เหล่านี้เป็นผู้ที่จะขับเคลื่อนงานสุขเป็นตามกลไกชุมชนต่อไป แนวคิดของชุดกิจกรรมเป็นการกำหนดเนื้อหาสุขภาพจิตเชิงบวกตาม PERMA model ของ Matin Seligman และใช้กระบวนการพัฒนาบ่มเพาะ CAs ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน (Internalized) ที่สอดคล้องกับกรอบความรอบรู้ด้านสุขภาพแบบ V-shape ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขรวมถึงแนวคิดการทำงานที่ต่อเนื่อง โดยการพบกัน 4 ครั้ง เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของ CAs จากการทดลองใช้แนวคิดและกิจกรรมกับตัวเอง
รูปแบบกิจกรรมออกแบบให้ส่งผ่านข้อมูลเชิงวิชาการไปสู่กลุ่มเป้าหมายคนในชุมชนด้วยกิจกรรมที่เข้าใจง่าย หรือเรียกว่า“ศาสตร์แบบบ้าน ๆ” ด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential learning) ผ่านกิจกรรมหลักต่าง ๆ เช่น การเล่มเกม การทบทวนประสบการณ์ การทดลองทำ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การตั้งคำถามขบคิดใคร่ครวญ และการสะท้อนคิด ซึ่งโครงการคิดเครื่องมือสุขเป็น เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ตามทักษะสร้างสุข 7 ทักษะ ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 มีลักษณะและองค์ประกอบในตารางที่ 1
วัตถุประสงค์ของชุดกิจกรรม 7+3+3+3 มุ่งเน้นให้ CAs เกิดการ Internalized ที่มีทักษะสร้างสุขเป็นเครื่องมือส่งเสริมให้เกิดความสุขในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านความรื่นรมย์ ด้านคุณค่าความหมายของชีวิต และด้านความพึงพอใจ เมื่อ CAs นำทักษะที่เรียนรู้ไปปรับใช้ในชีวิตของตนเอง จะเกิดความเข้าใจความหมายและเห็นคุณค่าของสุขภาพจิตเชิงบวก เปลี่ยนแปลงทัศนคติและมีทักษะในการปรับเปลี่ยนมุมมองและจัดการอารมรณ์ความรู้สึกของตนเองได้
ตารางที่ 1 ลักษณะและองค์ประกอบของชุดกิจกรรม 7+3+3+3
| ครั้งที่ / ระยะเวลา | เป้าหมาย | กิจกรรม | ตัวอย่างเครื่องมือ สุขเป็นที่นำมาใช้ |
|---|---|---|---|
| ครั้งที่ 1 / 6 ชั่วโมง | - สร้างความเข้าใจเรื่องความสุข และจิตวิทยาเชิงบวก - เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานต้นน้ำของสุขภาพจิต - ทบทวนวิธีการสร้างสุขของตนเองและแลกเปลี่ยนแนวทางใหม่ ในการสร้างสุข - เกิดทัศนคติที่ดีกับการเข้าใจสภาวะอารมณ์ของตนเอง - เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของกายและใจ และความสุขความทุกข์เป็นเรื่องเดียวกัน - กำหนดเป้าหมายเล็ก ๆ กับตนเองในการสร้างสุข | - ตั้งคำถามชวนคิด - แลกเปลี่ยนประสบการณ์ - Activity-based learning - การสะท้อนคิดรายบุคคลและรายกลุ่ม - การเขียน Journal | - เช็คอินความรู้สึก - ต้นทุนความสุข - 12 Tips สุขเป็น - ออกกำลังใจ |
| ครั้งที่ 2 / 3 ชั่วโมง | - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้นำทักษะการสร้างสุขไปใช้ - เกิดวิธีการใหม่ ๆ ให้ไปทดลอง เห็นมุมมองชีวิตของคนอื่น ได้เห็นว่าเราไม่มได้มีความทุกข์อยู่คนเดียว | - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้นำทักษะการสร้างสุขไปใช้ - ตั้งคำถามชวนคิด (Questioning) - Think – pair -share | “คุยทุกข์ ทุกข์คลาย คุยสุข สุขกว่าเดิม”, - การมองโลกในแง่ดี “โชคดีจังเลยนะที่เรา”, และ “ขอบคุณตัวเอง” - self-care |
| ครั้งที่ 3 / 3 ชั่วโมง | - เห็นว่าความสุขเราสร้างได้ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองที่อยู่ภายใน และสิ่งที่ตนเองเกิดกับคนรอบข้าง - ได้มุมมองและแนวทางใหม่ จากเพื่อนไปปรับใช้กับตนเอง | - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้นำทักษะการสร้างสุขไปใช้ - ตั้งคำถามชวนคิด (Questioning) - Think – pair -share | - การอยู่กับปัจจุบัน - การหายใจสี่เหลี่ยม |
| ครั้งที่ 4 / 3 ชั่วโมง | - คิดแนวทางขยายผลไปสู่คนอื่น ๆ หรือการทำงานของตนเอง - ศักยภาพ CAs ของตนเอง เป็น CAs กลุ่มไหน | - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้นำทักษะการสร้างสุขไปใช้ - ระดมสมองวิธีการ ช่องทาง ทรัพยากรและนำเสนอ | - เครื่องมืออื่น ๆ ตามความสนใจหรือความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย |
หมายเหตุ: ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 หมายถึง การอบรมเชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำนวน 4 ครั้ง ครั้งแรกใช้เวลา 7 ชั่วโมง ครั้งที่ 2-4 ใช้เวลาครั้งละ 3 ชั่วโมง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 3-4 สัปดาห์ รวมระยะเวลาในการพัฒนา CAs ประมาณ 3-4 เดือน แล้วแต่พื้นที่ และรายละเอียดกิจกรรมย่อยอาจแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมายและทีมโครงการ
ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 นี้ ทีมทำงานทุกทีมจะดำเนินการในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด โดยมีจำนวนกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประมาณรุ่นละ 30-35 คน ชุดกิจกรรมมีจุดเด่นคือ บรรยากาศที่สนุกสนานมีเสียงหัวเราะอยู่ตลอด ทำให้กลุ่มเป้าหมายชอบใจและรู้สึกว่ามี “ความสุข” ในขณะที่เครื่องมือสุขเป็นส่วนมากใช้กิจกรรมและสอดแทรกการตั้งประเด็นคำถามที่ให้คนได้ทบทวนความรู้สึกภายในของตนเอง หรือทบทวนผ่านประสบการณ์ตนเองจนเกิดการเรียนรู้ โดยจำแนกกลุ่มกิจกรรมหลักในการสร้างการเรียนรู้คือ 1) การชวนขบคิดใคร่ครวญผ่านคำถาม เช่น “ความสุขกับความทุกข์คือเรื่องเดียวกันหรือไม่?” “จะจัดสมดุลชีวิตสามส่วนได้อย่างไร?” พร้อมใช้เครื่องมือ “12 Tips สุขเป็น” เพื่อการตั้งเป้าหมายส่วนบุคคล และทบทวนประสบการณ์เพื่อเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และ 2) การสร้างประสบการณ์ตรงผ่านกิจกรรม เช่น “คุยทุกข์ ทุกข์คลาย คุยสุข สุขกว่าเดิม” “โชคดีจังเลยนะที่เรา” และ “ขอบคุณตัวเอง”
อย่างไรก็ตาม ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 นี้ ไม่ได้มีโครงสร้างของกิจกรรมที่ตายตัว แนวทางการประยุกต์ใช้จะขึ้นอยู่กับแต่ละทีมแต่ละพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาน ซึ่งปรับเปลี่ยนตามบริบทของงาน ข้อสังเกตของทีมประเมินผล พบว่า ทีมทำงานแต่ละทีมจะเลือกออกแบบชุดกิจกรรมแตกต่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้กิจกรรมที่ครอบคลุมทุกทักษะหรือทุกเครื่องมือสุขเป็น ทักษะสร้างสุขที่สำคัญที่จำเป็นในกระบวนการสร้าง CAs มี 5 ทักษะ (จาก 8 ทักษะที่โครงการระบุไว้) คือ การอยู่กับปัจจุบัน การมองโลกในแง่ดี การซาบซึ้งขอบคุณ การมีความคิดแบบเติบโต และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น
2) รูปแบบการพัฒนา CAs แยกได้ 2 กลุ่ม คือ
- รูปแบบที่ 1: การพัฒนา CAs โดยตรงจากทีมโครงการ ใช้ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 ดำเนินการในแต่ละพื้นที่ แต่ละพื้นที่จังหวัดอาจมีกลุ่มพัฒนา CAs หลายรุ่น ตามกลุ่มกลไกการทำงานของกลุ่มเป้าหมาย เช่น จ. นนทบุรี จ.อ่างทอง จ.เชียงราย (มีกลุ่ม พชอ.เวียงชัย กลุ่มวิทยาลัยเชียงราย กลุ่ม อบต.ม่วงคำ และกลุ่มเทศบาลนครเชียงราย) การพัฒนา CAs นี้ ทีมโครงการจะมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันเป็นทีมภาคกลาง ทีมตะวันออก (ชลบุรี) ทีมภาคเหนือและภาคอีสาน และทีมภาคใต้ แต่ละพื้นที่/แต่ละรุ่น จะจัดในช่วงระยะเวลาที่ไม่ตรงกันแล้วแต่ความพร้อมของพื้นที่นั้น ๆ รูปแบบนี้จะเป็นกระบวนการหลักในการพัฒนา CAs ของโครงการ
- รูปแบบที่ 2: การพัฒนา CAs โดย CAs ในพื้นที่ไปขยายผล เป็นกระบวนการขยายจำนวน CAs ต่อเนื่องจากรูปแบบที่ 1 โดยให้ CAs ที่พัฒนาแล้วเป็นผู้จัดกระบวนการพัฒนา CAs ใหม่ในพื้นที่ของตนเองให้เพิ่มจำนวนต่อไป หรือขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นเครือข่ายการทำงานกันเอง รูปแบบนี้ใช้ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 ทีมโครงการจะให้การสนับสนุนด้านการวางแผน การโค้ชชิ่ง การทดลองปฏิบัติ และการสะท้อนบทเรียน (AAR) แนวทางนี้ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และมีแนวโน้มเกิดความยั่งยืนสูง เพราะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้พื้นที่สร้าง CAs ของตนเองได้ ตัวอย่างพื้นที่ที่ดำเนินงานในรูปแบบนี้ เช่น
- กลุ่ม CAs “ป่าตันสุขเป็น” อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พัฒนา CAs ให้สามารถขยายผลสู่หมู่บ้านอื่นในตำบลเดียวกันทุกหมู่บ้าน
- กลุ่ม อบจ.สงขลา นำโดยทีม CAs รพสต.เกาะแต้ว ขยายผลไปยัง รพสต.ป่าขาด และโรงเรียนในสังกัด อบจ.สงขลา
- ว.เชียงราย เริ่มจากอาจารย์ที่สนใจงานสุขภาพจิต และสามารถขยายต่อยอดไปยังคนอื่น ในวิทยาลัย และคณะต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะกลุ่ม อาจารย์ที่ปรึกษา
- กลุ่มการเรียนรู้บางเพลย์ จ.ชลบุรี พัฒนาแกนนำนักศึกษาในมหาวิทยาลัยให้เป็น CAs สำหรับเยาวชน โดยปรับกระบวนการให้กระชับและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
ข้อค้นพบจากทีมประเมินผล พบว่า การพัฒนา CAs ทั้งสองรูปแบบสามารถพัฒนา CAs ได้ สร้าง CAs ได้ ซึ่งจะเป็นต้นทุนสำคัญของโครงการในการสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนงานสุขเป็นต่อไปในชุมชน สะท้อนถึง ความยืดหยุ่นของโครงการในการออกแบบกระบวนการพัฒนา CAs ภายใต้หลักการร่วม คือ “สร้างบรรยากาศ ใช้ศาสตร์แบบบ้าน ๆ และคนทำงานต้องเปลี่ยนแปลงภายใน” ที่เป็นหัวใจของกระบวนการสุขเป็น นับเป็นจุดแข็งที่ทำให้สามารถปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหรือความถนัดของกระบวนกรที่อยู่ในทีมโครงการนั่นเอง
Note: ข้อสังเกตของทีมประเมินผลภายในต่อกระบวนการพัฒนา CAs มีดังนี้
- จุดเด่นของกระบวนการสร้าง CAs คือ การเปลี่ยนแปลงภายใน (internalized change) ไม่ตั้งต้นสร้างแกนนำจากภารกิจหรืองานที่จะมอบหมายว่าแกนนำต้องทำอะไร เป็นการชักชวนให้แกนนำ “ลองเปลี่ยนตนเองก่อน” เมื่อเกิดการตระหนักรู้จากภายใน CAs จะสามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน การชวนขบคิดใคร่ครวญ การใช้ Experiential learning การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการเชื่อมโยงเรื่องราวที่เสริมพลังให้คนมองเป็นสิ่งที่คนอื่น ๆ ต้องเผชิญเช่นเดียวกัน สะท้อนเป็นบทเรียนให้คนอื่นได้เรียนรู้ ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ CAs จะพบว่า กระบวนการนี้ได้ช่วยให้เกิดคำถามกับตนเอง (CAs หลายคนใช้คำว่า “กระตุกต่อมเอ๊ะ!”) จากการตั้งคำถามหรือการฟังเรื่องเล่าของคนอื่น การบอกเล่าแลกเปลี่ยน การฟังและการขบคิดใคร่ครวญจึงเป็นวิธีการสำคัญนอกเหนือจากกิจกรรมเครื่องมือสุขเป็น
- ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 ที่ออกแบบมาให้มีระยะเวลาห่างกันค่อยเป็นค่อยไป นับว่าเป็นกระบวนการการบ่มเพาะให้กลุ่มเป้าหมายมีเวลา “ย่อย” สิ่งที่ได้เรียนรู้สู่การนำไป “ทดลองใช้” และสัมผัสประสบการณ์ตรง เมื่อถึงเวลานัดหมายครั้งต่อไปของชุดกิจกรรมมี “วงสนทนาแลกเปลี่ยนเรื่องราว” ช่วยก่อให้เกิด Mental Health literacy อย่างแท้จริง เป็นตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิด V-shape ได้ดีมาก คือ การที่ CAs ได้มาแชร์เรื่องราวบอกเล่ากัน เป็นการต่อเติมทักษะบอกต่อให้กับ CAs ไปด้วย (ทักษะสุดท้ายของ V-shape) ทุกคนจะคุ้นเคยกับการบอกต่อเรื่องราวของตนเอง ที่ไม่ใช่การพูดเก่ง แต่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของตนเองที่ได้ปรับใช้ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจัดการอารมณ์สภาวะภายในที่เป็นประสบการณ์จริง ๆ มาบอกต่อแก่คนอื่น ๆ นับเป็นกระบวนการที่ให้ CAs ได้ใช้เวลาคิดใคร่ครวญ บอกเล่า พร้อมฟังเรื่องราวของผู้อื่น เป็นการสร้างทักษะที่สำคัญของ CAs ที่จะนำไปใช้ในอนาคต คือ “ทักษะบอกต่อ” และ “ทักษะการฟัง” เมื่อติดตามสัมภาษณ์ CAs ที่เข้าร่วมชุดกิจกรรม 7+3+3+3 เปรียบเทียบกับ CAs ที่เข้าร่วมกิจกรรมแบบปรับลดระยะเวลา เช่น อบรม 2 วัน หรือ 1 วัน เพียงครั้งเดียว หรือสองครั้ง จะเห็นได้ชัดว่า การเปลี่ยนแปลงภายใน (internalized change) และทักษะของ CAs ในกลุ่มเข้าร่วมชุดกิจกรรม 7+3+3+3 จะสะท้อนความเปลี่ยนแปลงภายในของตนเองได้อย่างชัดเจนมากกว่า มี CAs ให้ข้อมูลว่า “พอคนได้ลองทำ ได้ลองใช้ ชวนทบทวนผลที่เกิดขึ้น แลกเปลี่ยนกัน เกิดการตกผลึกนำไปใช้ต่อ ได้ผล แล้วเอาไปบอกเล่าต่อไป มันบ่มให้คนไม่ใช่แค่เปลี่ยน แต่รู้จักทบทวนผลลัพธ์แล้วเล่าเรื่องราวได้ ซึ่งสอดคล้องกับความรอบรู้และดีมาก ๆ เลย (CA, หญิง, ลำปาง, บุคลากรสาธารณสุข)”และทั้งสองทักษะนี้ คือ “ทักษะบอกต่อ” และ “ทักษะการฟัง” จะเป็นทักษะสำคัญที่ค้นพบในภายหลังว่า CAs ได้ใช้ประโยชน์อย่างมากต่อการขับเคลื่อนกลไกส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน

รูปที่ 2 กรอบแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพแบบ V-shape ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- ในช่วงระยะท้ายโครงการ มีข้อค้นพบว่า กระบวนการสร้าง CAs อาจจะไม่จำเป็นต้องผ่านชุดกิจกรรม 7+3+3+3 การสัมภาษณ์พบว่า หมอปฐมภูมิที่มีเป็น CAs จาก จ.ลำปาง สามารถเป็นต้นแบบในการเป็นแกนนำสุขภาพจิตได้ผ่านการสังเกต และการสะท้อนคิด เมื่อลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วยจิตเวชกับกลุ่มเป้าหมายใน พื้นที่ ต.บ้านบอม จ.ลำปาง เกิด CAs ในพื้นที่บ้านบอมขึ้นที่เป็นผู้นำชุมชนและ อสม. ในพื้นที่ ที่ “เปลี่ยนแปลงภายใน” แม้จะยังไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมสุขเป็นเลยก็ตาม กลายเป็นความเป็นไปได้ในการขยายผล CAs ที่พบใหม่อีกกระบวนการหนึ่งที่ใช้การเป็นสังเกตจากต้นแบบ เรียนรู้ และสะท้อนคิด
2.1.2 กระบวนการพัฒนาศักยภาพ CAs
เมื่อโครงการพัฒนา CAs ในแต่ละพื้นที่แล้ว จะมีการระดมสมองและชวนคิดต่อว่าหาก “สุขเป็น” มีประโยชน์และมีคุณค่า เราจะไปขยายผลต่อในชุมชนดีไหม และทำอย่างไร พร้อมกับสนับสนุนชักชวนให้ CAs ลองเอาแนวคิดและเครื่องมือสุขเป็นไปใช้ในงานตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง กระบวนการพัฒนา CAs ในภาพรวมจะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมเมื่อ CAs ได้นำไปลองใช้ขยายผลแล้วระยะเวลาหนึ่ง จนเกิดความต้องการเองว่า “ต้องการให้โครงการเสริมทักษะ หรือศักยภาพเรื่องอะไร เพื่อที่จะช่วยให้การขยายผลทำได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น” กระบวนการพัฒนาศักยภาพ CAs มีดังนี้
- 1) การอบรมเชิงปฏิบัติการ เป็นกิจกรรมหลักในการพัฒนาศักยภาพของ CAs ให้สามารถขับเคลื่อนงานสุขเป็นในงานปกติได้ดีขึ้น Workshop ที่สำคัญ ได้แก่
- - การใช้ “เครื่องมือสุขเป็น” ในเล่มคู่มือและ website ของโครงการจะมีกิจกรรมต่าง ๆ
เผยแพร่ workshop นี้จึงเป็นเหมือนการสาธิตและทดลองใช้เครื่องมือต่าง ๆ ผ่านการทดลองปฏิบัติและสะท้อนคิด workshop นี้ มีการดำเนินการแทบในทุกพื้นที่ที่มีการขับเคลื่อนงานสุขเป็น และมี workshop บางส่วนที่สอดแทรกในเวทีวิชาการต่าง ๆ เมื่อสัมภาษณ์ CAs พบว่า workshop การใช้เครื่องมือสุขเป็นมีประโยชน์ โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ที่เริ่มมีการขับเคลื่อนงานสุขเป็นไปแล้ว จะเริ่มต้องการทำความเข้าใจเครื่องมือและเนื้อหาที่ลุ่มลึกขึ้น
- การฟังด้วยหัวใจ เป็น workshop ที่จัดโดยทีมวิทยากรจากสมาคมสะมาริตันส์แห่ง
ประเทศไทย ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดจากข้อมูลการสัมภาษณ์ CAs ในพื้นที่ต่าง ๆ และเสียงสะท้อนเป็นทำนองเดียวกันว่า “มีประโยชน์และได้นำไปใช้จริงเยอะมาก” “ใช้ได้ทั้งกับการทำงานและในครอบครัว” มี CAs หลายคนที่อยากนำประเด็นเรื่องการฟังด้วยหัวใจไปขยายผลต่อให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการสื่อสารในครอบครัว หรือการนำไปใช้ในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยในชุมชน ตลอดจนการเป็นผู้รับฟังคนอื่น ๆ ของ อสม. และผู้นำชุมชน CAs ที่เข้าร่วมยังสะท้อนถึงการพัฒนาต่อยอดเกิดประโยชน์ชัดเจน เช่น บ้านชะอวด มี CAs ที่เป็น Active citizen ไปทำงานเรื่องการสื่อสารในครอบครัวโดยเรื่องการฟังด้วยหัวใจให้ครอบครัวได้แสดงความรักต่อกัน พมจ.สกลนคร จัดอบรมเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รุ่นที่ 1 หลักสูตร สุขเป็นการฟังด้วยหัวใจ ซึ่งเป็นภารกิจของหน่วยงานโดยตรง และยังขยายผลเรื่องนี้ไปยังเครือข่ายที่ดูแลคนเปราะบางในชุมชนอีกด้วย
- การออกแบบการเรียนรู้ เป็น workshop ที่มีแค่ CAs จำนวน 2 คนที่เข้าได้ร่วมเรียนรู้
กับทีมโครงการ ความตั้งใจเดิมของ workshop นี้ คือพัฒนาศักยภาพของทีมโครงการเอง แต่ CAs ใน ศพค.ท่าทราย 2 คน จากพื้นที่เดิมได้รับการชักชวนและเข้าร่วมเรียนรู้ด้วย เพื่อนำไปต่อยอดใช้ออกแบบกิจกรรมในงานของ ศพค. ข้อมูลสะท้อนประโยชน์ของ Workshop นี้ มี CAs 1 คน ที่บอกว่า “เป็นสิ่งที่ยากและไม่เคยเรียนรู้อะไรแบบนี้มาก่อนเลย ไม่รู้เลยว่าเค้าต้องออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้กันยังไง ต้องวิเคราะห์คิดกันขนาดนี้เลยหรอ มันยากมากสำหรับเรา แต่มีพี่ใน P2H ที่คอยช่วยเป็นบัดดี้ให้ เลยทำให้ได้ลองดูและเริ่มเข้าใจมากขึ้น จนรู้สึกว่าเวลาไปจัดกิจกรรมในชุมชนเราก็เริ่มออกแบบตามสิ่งที่เราเรียนรู้มาเหมือนกัน (CA, หญิง, นนทบุรี,)”
- การลงพื้นที่ coaching และ mentoring เป็นกิจกรรมที่ทีมโครงการลงไปสังเกตการณ์ในพื้นที่เมื่อมีการนำกิจกรรมสุขเป็นไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ในชุมชน โดย CAs ในพื้นที่เป็นกระบวนกรเอง และออกแบบกิจกรรมเอง หลังจากนั้นมาร่วมวงสะท้อนคิดหลังกิจกรรม ทีมโครงการจะช่วยสะท้อนเพื่อการพัฒนาทักษะกระบวนกรสุขเป็นในครั้งถัดไป
- การสนับสนุนผลักดันให้เกิดการเชื่อมต่อกับระบบการทำงาน ผ่านกิจกรรมการตั้งวงคุย ชวนคิดทบทวน เพื่อหาช่องทางและแนวทางที่เป็นไปได้ในการเชื่อมต่องานเข้ากับระบบการทำงานต่าง ๆ หรือการขยายผลการทำงานที่ลุ่มลึกขึ้น เช่น ศูนย์สุขภาพจิตที่ 10 อุบลราชธานี ทีมทำงานชวนคุยเพื่อมองหาช่องทางในการนำสุขเป็นไปใช้ในพื้นที่ชุมชนและเชื่อมต่อกับงานภารกิจโครงการนำร่องเรื่องสุขภาพจิตชุมชนท้องถิ่นตามนโยบายของหน่วยงาน พื้นที่โปงทุ่ง จ.เชียงใหม่ ที่ทีมโครงการชวนคุยกับ CAs ที่เป็น อสม. ในชุมชน และ รพสต.เพื่อวิเคราะห์ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ก่อให้เกิดความเครียด ออกแบบกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในบ้าน และส่งเสริมสุขภาวะครอบครัว ได้เป็นกระบวนการดูแลสุขภาพจิตในชุมชนในรูปแบบ อสม. คอยดูแลใจ 10 ครอบครัว ซึ่งวิธีการนี้ มีผลอย่างมากในการทำให้เห็นช่องทางและโอกาสในการทำงานที่สอดคล้องกับพื้นที่ ในขณะเดียวกัน ทีมโครงการก็มีความเข้าใจบริบทของพื้นที่และทองหาช่องทางสนับสนุนได้สอดคล้องกับความต้องการจริงมากขึ้น
- การจัดเวทีวิชาการ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เกิดการรวมตัวทีมสุขเป็นในแต่ละพื้นที่ทั้งสุขเป็นภาคอีสาน สุขเป็นภาคใต้ (ร่วมกับเวทีคนใต้หยัดได้) สุขเป็นภาคกลาง และสุขเป็นภาคเหนือ หรือการรวมตัวของ CAs ที่เป็น core team ของแต่ละพื้นที่ทุกจังหวัด การรวมตัวจะมีทั้งกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เติมความรู้แนวคิดทฤษฎีสำคัญของ PERMA เครื่องมือสุขเป็น เชื่อมเครือข่ายให้เกิดการเติมพลังระหว่างกัน และวงเสวนาที่ช่วยขยายมุมมองการทำงานในมิติที่กว้างขึ้น กิจกรรมเล่านี้ช่วยสนับสนุนให้ CAs มีศักยภาพเชื่อมต่อกับระบบหรือเห็นมุมมองในการขยายต่อยอดไปได้ เมื่อโครงการเข้าสู่ระยะกลางและระยะท้ายที่หลายพื้นที่เริ่มขับเคลื่อนจนเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมก็จัดเวทีให้เครือข่ายได้เรียนรู้จากต้นแบบโมเดลการทำงานที่หลากหลาย เช่น สุขเป็นในงานปฐมภูมิของแม่ทะ จ.ลำปาง สุขเป็นกับสุขภาพจิตชุมชนของตำบลโปงทุ่ง จ.เชียงใหม่ สุขเป็นในงานท้องถิ่นของตำบลหลักห้า อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เป็นต้น เวทีวิชาการที่จัดขึ้นนี้จัดเป็นการยกระดับศักยภาพของ CAs และยกระดับการทำงานอย่างก้าวกระโดด เมื่อสัมภาษณ์ผู้ที่เข้าร่วมเวทีเหล่านี้จะพบว่า CAs ต่างได้แนวคิดวิธีการใหม่ ๆ ที่จะไปลองทำในพื้นที่ของตนเอง มองเห็นทรัพยากรที่ตนเองจะเข้าถึงได้มากขึ้น เช่น งบประมาณ หรือคนที่เป็นเครือข่ายในพื้นที่ใกล้เคียง และยังเป็นการเสริมพลังเครือข่ายให้เห็นว่า ในการขับเคลื่อนสุขภาพจิตนี้ยังมี “คนที่ใจเดียวกัน” การทำงานที่ยากลำบากนั้น เราไม่ได้เผชิญอยู่คนเดียว และเห็นว่าสิ่งที่เรากำลังทำเรามีเพื่อนเรวมทางมากมาย เห็นภาพการทำงานที่ร้อยเรียงเชื่อมโยงกับสิ่งที่ตนเองทำอยู่ได้จริงจากโมเดลต้นแบบในที่อื่นๆ
2.2 กระบวนการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนสุขเป็น
กระบวนการพัฒนาศักยภาพ Core team เป็นกระบวนการที่ทีมโครงการประชุมหรือตั้งวงสนทนาอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการกับ core team ในแต่ละพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหาช่องทางใหม่ ๆ ในการดำเนินงานหรือหาแนวทางเชื่อมต่อผลักดันกลไกในการทำงานสุขเป็นให้เชื่อมต่อกับระบบได้ กระบวนการนี้จะเป็นกิจกรรมทบทวนสิ่งที่ core team ได้ทำมาแล้วคืออะไรบ้าง มีความสำเร็จและอุปสรรคอย่างไร ความท้าทายใหม่ ๆ คืออะไร ตลอดจนสิ่งที่อยากให้โครงการสนับสนุนพื้นที่ต่อไปคืออะไร ผลลัพธ์คือ core team เกิดความเชื่อมโยงนำสุขเป็นเข้ากับระบบการทำงานมากขึ้น ทีมโครงการก็เห็นความต้องการและโอกาสที่แตกต่างหลากหลาย และเห็นมุมมองว่าจะเติมเต็มอะไรให้กับ CAs ในพื้นที่ต่อไป
นอกจากนี้ Core team บางกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและอยู่ในกลุ่มวิชาการที่ทำงานสุขเป็นต่อเนื่อง เช่น CAs จาก อ.โปงทุ่ง จ.เชียงใหม่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง รพสต.เกาะแต้ว จ.สงขลา ได้เข้าร่วม workshop ทบทวนและพัฒนาเครื่องมือสุขเป็นจึงได้เติมเต็มความเข้าใจแนวคิด PERMA ที่ลึกซึ้งขึ้น พบว่า core team เห็นว่าการที่เข้าใจ PERMA ลึกซึ้งขึ้นนี้นับว่ามีประโยชน์มาก เช่น คำให้สัมภาษณ์ว่า “บางอย่างไม่เคยรู้ว่า PERMA คืออะไร มันมีความสุขหลายมิติ พอเข้าใจมากขึ้นสามารถชวนคนในทีมทำได้ต่อไปอีก เมื่อก่อนเราไม่รู้ลึกขนาดนี้เราก็ใช้เท่าที่เรารู้ (CA, หญิง, เชียงใหม่, บุคลากรสาธารณสุข)”
ช่วงท้ายของโครงการ มีการจัดเวทีวิชาการรวม core team จากทุกพื้นที่ เพื่อเติมเต็มความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเน้นการสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดพลัง การรู้จักตนเองให้ลึกขึ้น เพื่อที่จะเข้าใจคนอื่น งานเวทีวิชาการนี้คาดหวังถึงความยั่งยืนเมื่อโครงการจบไปแล้ว ทุกพื้นที่จะยังมีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเสริมพลังการทำงานสุขเป็นกันต่อไป นับว่าเป็นเวทีที่ core team ให้ความสำคัญมาก และสะท้อนว่าการจัดเวทีนี้ช่วยให้ต่อยอดขยายงานต่อไปได้จริง และ CAs ยังสะท้อนด้วยว่า การจัดเวทีวิชาการที่เข้มข้นในช่วงท้ายนี้มีข้อดี คือ ทุกคนทำงานผ่านการลงมือมาแล้ว เห็นโอกาสและอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย การได้มาเติมพลังกับเพื่อนที่มีใจเดียวกันยิ่งส่งผลให้อยากกลับไปทำต่อในพื้นที่ของตนเองต่อไปอีก จากคำให้สัมภาษณ์ว่า “วันนี้ได้มาฟังเรื่องของหมอแนน (CA จาก รพ.แม่ทะ จ.ลำปาง) ของเพื่อนพื้นที่อื่น ของ พมจ. เราก็เพิ่งรู้เลยว่า สุขเป็นมันไปทำได้แบบนี้หรอ เราก็เกิดแรงบันดาลใจไปทำแบบเดียวกันบ้างในพื้นที่ของเรา (CA, ชาย, เชียงราย, Active citizen)”
Note: ข้อสังเกตของทีมประเมินผลภายในต่อกระบวนการ (process)
- หลักสูตร 7+3+3+3 ของโครงการที่ไม่ใช่หลักสูตรการเรียนรู้แบบมีโครงสร้างตายตัวแน่นอน แต่เป็น “กรอบกระบวนการเรียนรู้” แม้จะเรียกว่า "หลักสูตร 7+3+3+3" แต่สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนชั่วโมงหรือกิจกรรมที่ตายตัว แต่เน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และความต่อเนื่อง จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้แต่ละพื้นที่สามารถปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยยังคงยึดหลักการสำคัญร่วมกัน คือ การสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย สนุก และเปิดใจให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และเน้นที่ทักษะหลักที่จำเป็นสำหรับการพัฒนา CAs
- การเปลี่ยนแปลงภายใน (Internalized Change) คือหัวใจของการพัฒนา CAs ไม่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ได้รับและจดจำความรู้” แต่เน้นให้เกิดการตระหนักรู้จากประสบการณ์ของตนเอง ผ่านการใคร่ครวญ (Reflection) การตั้งคำถาม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน ซึ่งนำไปสู่การปรับใช้ในชีวิตจริงอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน สามารถสังเกต การเรียนรู้จากกระบวนการเรียนรู้ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ Reflection-based learning ผ่านการตั้งคำถามชวนคิด เช่น ความสุขคืออะไร จะสร้างสมดุลชีวิตอย่างไร และ Experiential Learning ผ่านกิจกรรมสุขเป็น ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลอง ลงมือทำ สังเกตผล และสะท้อนบทเรียนร่วมกัน
- กระบวนการพัฒนา CAs สอดคล้องกับแนวคิด Health Literacy เมื่อพิจารณาตามกรอบ V-shape Health Literacy พบว่ากระบวนการทั้งหมดช่วยพัฒนาทักษะอย่างเป็นลำดับ ได้แก่
- เข้าถึง
- เข้าใจ
- โต้ตอบ ซักถาม แลกเปลี่ยน
- ใคร่ครวญและตัดสินใจ
- ทดลองนำไปใช้ เปลี่ยนพฤติกรรม
- บอกต่อ
โดยเฉพาะ “การบอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์จริง” กลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้เข้าร่วมพัฒนาทักษะการสื่อสารและสามารถถ่ายทอดแนวคิดไปยังผู้อื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการ “บอกต่ออย่างมีพลัง”
- การพัฒนา CAs ไม่ได้สร้างแกนนำสุขภาพจิตชุมชนที่เป็นผลลัพธ์ของการพัฒนาเกิดขึ้นในหลายระดับ ได้แก่ เปลี่ยนแปลงตนเอง ถ่ายทอดแนวคิดให้ครอบครัวและคนใกล้ตัว ขยายผลสู่ชุมชน
พัฒนาเป็นผู้นำกระบวนการเรียนรู้หรือกระบวนกรสุขเป็น (Facilitator) จึงเป็นกระบวนการที่สร้าง "คนทำงาน" ให้เกิดในชุมชนจริง
- ทักษะกระบวนกร สำคัญกว่าเครื่องมือหรือกิจกรรม ความสามารถตั้งคำถามเพื่อชวนขบคิดใคร่ครวญความรู้สึกภายในผ่านประสบการณ์ของตนเองหรือของคนอื่นที่มีความหลากหลาย ภายใต้บรรยากาศที่ไว้วางใจของคนในกลุ่ม เป็นปัจจัยสำคัญของกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้การพัฒนา CAs ได้ผลลลัพธ์เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน (Internalized)
- การขยายผลสุขเป็นเข้าไปในชุมชนแบบก้าวกระโดดด้วยแนวคิด “Train the Trainer”
จากรูปแบบการพัฒนา CAs ที่มี 2 แนวทาง คือ ทีมโครงการเป็นผู้พัฒนา CAs โดยตรง ซึ่งทำได้จำกัด และ CAs ที่ผ่านการพัฒนาแล้ว กลับไปสร้าง CAs รุ่นใหม่ในพื้นที่ของตนเองหรือขยายไปพื้นที่ข้างเคียง รวมถึง แนวทางการขยายผลที่พบในช่วยหลังที่พื้นที่ จ.ลำปาง ผ่านการสังเกต ชวนทำ สะท้อนคิด การขยายผลรูปแบบนี้ช่วยให้เกิดการพึ่งพาตนเองของพื้นที่ ใช้ทรัพยากรในชุมชน ช่วยเพิ่มความยั่งยืนของการดำเนินงาน ในขณะเดียวกัน การหนุนเสริมศักยภาพ CAs ให้สร้าง CAs ต่อไปได้ ยิ่งเป็นช่วยทำให้แนวคิดสุขเป็นกระจายไปสู่ชุมชนสังคมเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น
- จุดเด่นของกระบวนการเสริมพลัง CAs ผ่านเวทีวิชาการ พบว่า ทีมโครงการมีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในเวทีวิชาการที่น่าสนใจ และแต่ละเวทีที่จัดขึ้นในแต่ละภาคจะมีประเด็นการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ที่ตอบสนองความสนใจของผู้เข้าร่วม เช่น เวทีภาคอีสาน เป็นเวทีเชื่อมระหว่าง CAs อีสานตอนบนและอีสานตอนล่าง ทีมโครงการจะเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าแต่ละพื้นที่ได้ดำเนินการขับเคลื่อนอะไรไปบ้าง เพื่อให้เห็นแนวทางใหม่ ๆ ไปขับเคลื่อนในพื้นที่ตนเองต่อไป งานนี้จัดขึ้นระยะครึ่งทางของโครงการ ส่วนเวทีภาคใต้ จัดในช่วงกลางปีที่สองของโครงการ จะเน้นให้เห็นกลไก ระบบ และผลลัพธ์ที่เริ่มชัดขึ้น เป็นการกระตุ้มเสริมพลังให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์มากขึ้น ตลอดจนเห็นแนวทางเชื่อมร้อยกลไกในชุมชนอย่างเป็นระบบ ส่วนเวทีภาคเหนือ ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายของโครงการ จัดเป็นเวทีที่เสริมพลังสะท้อนผลลัพธ์อย่างชัดเจนที่สุด และเห็นความเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่ผลลัพธ์เชิงระบบ และผลลัพธ์ด้านสุขภาพจิต ตลอดจนออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้ CAs ตระหนักและมีใจอยากขับเคลื่อนต่อไปในพื้นที่แม้โครงการจะสิ้นสุดลง นับเป็นการออกแบบกระบวนการพัฒนา CAs ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นได้หลากหลายและไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่
- “ทักษะการรับฟังด้วยใจ” เป็นทักษะที่สำคัญมากต่อการดูแลสุขภาพจิตด้วยชุมชนเอง เป็นทักษะที่ CAs จำนวนมากที่ได้เข้าร่วมมีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมทั้งในมิติครอบครัว เพื่อนบ้าน คนที่แวดล้อมในการทำงาน เมื่อมีการฟังมากขึ้นส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ในขณะที่ มี CAs บางกลุ่มสามารถยกระดับตนเองให้จัดกระบวนกรอบรม “การรับฟังด้วยใจ” ได้ในพื้นที่เป็นการขยายเพิ่มจำนวนคนที่มีทักษะการฟัง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการทำงานในชุมชนที่ต้องโอบอุ้มดูแลกันเรื่องสุขภาพจิต น่าสนใจในการพัฒนากระบวนกรแบบนี้ให้มีมากขึ้นและครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
1) การที่ทีมโครงการ, CAs และ core team มีความเข้าใจ PERMA อย่างลึกซึ้งมากกว่าในชุดกิจกรรม 7+3+3+3 ที่ได้รับใน CAs พื้นฐานทั่วไป น่าจะช่วยส่งผลต่อการขับเคลื่อนและการทำงานเชิงระบบ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงควรมีกิจกรรมพัฒนาทีมและกำลังคนในพื้นที่เรื่องนี้ที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต
- การพัฒนาทักษะกระบวนกรสุขเป็นที่มีทักษะในการนำกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงภายในได้ชัดเจน จำเป็นต้องมีทักษะมากกว่าการรู้จักและเลือกใช้เครื่องมือสุขเป็นได้ ควรมีกระบวนการพัฒนาทักษะกระบวนกรสุขเป็นที่เป็นรูปแบบที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อยกระดับ CAs สุขเป็นที่ทำงานขับเคลื่อนในพื้นที่
- การพัฒนาทักษะของ CAs ตามความสนใจและสอดคล้องกับบทบาท เช่น CAs กลุ่มผู้นำขบวนที่ควรได้รับการพัฒนาเรื่องการออกแบบนโยบาย และการคิดวิเคราะห์ CAs กลุ่มกระบวนกร ควรได้รับการพัฒนาเรื่องทักษะการเป็นกระบวนกร การ Coaching และ After Action Review (AAR) และ CAs กลุ่มเพื่อนคู่คิด ควรได้รับการพัฒนาเรื่องทักษะการให้คำปรึกษาเบื้องต้น เป็นต้น