บทที่ 2 · ส่วนที่ 2

กระบวนการ (Process)

1) ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 หรือ ทีมโครงการเรียกว่า “หลักสูตร 7-3-3-3” เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการสุขเป็น เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแกนนำสุขเป็น (CAs) ในทุกพื้นที่ โดยมุ่งหวังใน CAs เหล่านี้เป็นผู้ที่จะขับเคลื่อนงานสุขเป็นตามกลไกชุมชนต่อไป แนวคิดของชุดกิจกรรมเป็นการกำหนดเนื้อหาสุขภาพจิตเชิงบวกตาม PERMA model ของ Matin Seligman และใช้กระบวนการพัฒนาบ่มเพาะ CAs ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน (Internalized) ที่สอดคล้องกับกรอบความรอบรู้ด้านสุขภาพแบบ V-shape ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขรวมถึงแนวคิดการทำงานที่ต่อเนื่อง โดยการพบกัน 4 ครั้ง เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของ CAs จากการทดลองใช้แนวคิดและกิจกรรมกับตัวเอง

รูปแบบกิจกรรมออกแบบให้ส่งผ่านข้อมูลเชิงวิชาการไปสู่กลุ่มเป้าหมายคนในชุมชนด้วยกิจกรรมที่เข้าใจง่าย หรือเรียกว่า“ศาสตร์แบบบ้าน ๆ” ด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential learning) ผ่านกิจกรรมหลักต่าง ๆ เช่น การเล่มเกม การทบทวนประสบการณ์ การทดลองทำ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การตั้งคำถามขบคิดใคร่ครวญ และการสะท้อนคิด ซึ่งโครงการคิดเครื่องมือสุขเป็น เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ตามทักษะสร้างสุข 7 ทักษะ ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 มีลักษณะและองค์ประกอบในตารางที่ 1

วัตถุประสงค์ของชุดกิจกรรม 7+3+3+3 มุ่งเน้นให้ CAs เกิดการ Internalized ที่มีทักษะสร้างสุขเป็นเครื่องมือส่งเสริมให้เกิดความสุขในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านความรื่นรมย์ ด้านคุณค่าความหมายของชีวิต และด้านความพึงพอใจ เมื่อ CAs นำทักษะที่เรียนรู้ไปปรับใช้ในชีวิตของตนเอง จะเกิดความเข้าใจความหมายและเห็นคุณค่าของสุขภาพจิตเชิงบวก เปลี่ยนแปลงทัศนคติและมีทักษะในการปรับเปลี่ยนมุมมองและจัดการอารมรณ์ความรู้สึกของตนเองได้

ตารางที่ 1 ลักษณะและองค์ประกอบของชุดกิจกรรม 7+3+3+3

ครั้งที่ / ระยะเวลาเป้าหมายกิจกรรมตัวอย่างเครื่องมือ สุขเป็นที่นำมาใช้
ครั้งที่ 1 / 6 ชั่วโมง- สร้างความเข้าใจเรื่องความสุข และจิตวิทยาเชิงบวก - เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานต้นน้ำของสุขภาพจิต - ทบทวนวิธีการสร้างสุขของตนเองและแลกเปลี่ยนแนวทางใหม่ ในการสร้างสุข - เกิดทัศนคติที่ดีกับการเข้าใจสภาวะอารมณ์ของตนเอง - เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของกายและใจ และความสุขความทุกข์เป็นเรื่องเดียวกัน - กำหนดเป้าหมายเล็ก ๆ กับตนเองในการสร้างสุข- ตั้งคำถามชวนคิด - แลกเปลี่ยนประสบการณ์ - Activity-based learning - การสะท้อนคิดรายบุคคลและรายกลุ่ม - การเขียน Journal- เช็คอินความรู้สึก - ต้นทุนความสุข - 12 Tips สุขเป็น - ออกกำลังใจ
ครั้งที่ 2 / 3 ชั่วโมง- แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้นำทักษะการสร้างสุขไปใช้ - เกิดวิธีการใหม่ ๆ ให้ไปทดลอง เห็นมุมมองชีวิตของคนอื่น ได้เห็นว่าเราไม่มได้มีความทุกข์อยู่คนเดียว- แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้นำทักษะการสร้างสุขไปใช้ - ตั้งคำถามชวนคิด (Questioning) - Think – pair -share“คุยทุกข์ ทุกข์คลาย คุยสุข สุขกว่าเดิม”, - การมองโลกในแง่ดี “โชคดีจังเลยนะที่เรา”, และ “ขอบคุณตัวเอง” - self-care
ครั้งที่ 3 / 3 ชั่วโมง- เห็นว่าความสุขเราสร้างได้ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองที่อยู่ภายใน และสิ่งที่ตนเองเกิดกับคนรอบข้าง - ได้มุมมองและแนวทางใหม่ จากเพื่อนไปปรับใช้กับตนเอง- แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้นำทักษะการสร้างสุขไปใช้ - ตั้งคำถามชวนคิด (Questioning) - Think – pair -share- การอยู่กับปัจจุบัน - การหายใจสี่เหลี่ยม
ครั้งที่ 4 / 3 ชั่วโมง- คิดแนวทางขยายผลไปสู่คนอื่น ๆ หรือการทำงานของตนเอง - ศักยภาพ CAs ของตนเอง เป็น CAs กลุ่มไหน- แลกเปลี่ยนเรียนรู้ บอกเล่าประสบการณ์ที่ได้นำทักษะการสร้างสุขไปใช้ - ระดมสมองวิธีการ ช่องทาง ทรัพยากรและนำเสนอ- เครื่องมืออื่น ๆ ตามความสนใจหรือความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

หมายเหตุ: ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 หมายถึง การอบรมเชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำนวน 4 ครั้ง ครั้งแรกใช้เวลา 7 ชั่วโมง ครั้งที่ 2-4 ใช้เวลาครั้งละ 3 ชั่วโมง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 3-4 สัปดาห์ รวมระยะเวลาในการพัฒนา CAs ประมาณ 3-4 เดือน แล้วแต่พื้นที่ และรายละเอียดกิจกรรมย่อยอาจแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมายและทีมโครงการ

ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 นี้ ทีมทำงานทุกทีมจะดำเนินการในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด โดยมีจำนวนกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประมาณรุ่นละ 30-35 คน ชุดกิจกรรมมีจุดเด่นคือ บรรยากาศที่สนุกสนานมีเสียงหัวเราะอยู่ตลอด ทำให้กลุ่มเป้าหมายชอบใจและรู้สึกว่ามี “ความสุข” ในขณะที่เครื่องมือสุขเป็นส่วนมากใช้กิจกรรมและสอดแทรกการตั้งประเด็นคำถามที่ให้คนได้ทบทวนความรู้สึกภายในของตนเอง หรือทบทวนผ่านประสบการณ์ตนเองจนเกิดการเรียนรู้ โดยจำแนกกลุ่มกิจกรรมหลักในการสร้างการเรียนรู้คือ 1) การชวนขบคิดใคร่ครวญผ่านคำถาม เช่น “ความสุขกับความทุกข์คือเรื่องเดียวกันหรือไม่?” “จะจัดสมดุลชีวิตสามส่วนได้อย่างไร?” พร้อมใช้เครื่องมือ “12 Tips สุขเป็น” เพื่อการตั้งเป้าหมายส่วนบุคคล และทบทวนประสบการณ์เพื่อเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และ 2) การสร้างประสบการณ์ตรงผ่านกิจกรรม เช่น “คุยทุกข์ ทุกข์คลาย คุยสุข สุขกว่าเดิม” “โชคดีจังเลยนะที่เรา” และ “ขอบคุณตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม ชุดกิจกรรม 7+3+3+3 นี้ ไม่ได้มีโครงสร้างของกิจกรรมที่ตายตัว แนวทางการประยุกต์ใช้จะขึ้นอยู่กับแต่ละทีมแต่ละพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาน ซึ่งปรับเปลี่ยนตามบริบทของงาน ข้อสังเกตของทีมประเมินผล พบว่า ทีมทำงานแต่ละทีมจะเลือกออกแบบชุดกิจกรรมแตกต่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้กิจกรรมที่ครอบคลุมทุกทักษะหรือทุกเครื่องมือสุขเป็น ทักษะสร้างสุขที่สำคัญที่จำเป็นในกระบวนการสร้าง CAs มี 5 ทักษะ (จาก 8 ทักษะที่โครงการระบุไว้) คือ การอยู่กับปัจจุบัน การมองโลกในแง่ดี การซาบซึ้งขอบคุณ การมีความคิดแบบเติบโต และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น

2) รูปแบบการพัฒนา CAs แยกได้ 2 กลุ่ม คือ

ข้อค้นพบจากทีมประเมินผล พบว่า การพัฒนา CAs ทั้งสองรูปแบบสามารถพัฒนา CAs ได้ สร้าง CAs ได้ ซึ่งจะเป็นต้นทุนสำคัญของโครงการในการสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนงานสุขเป็นต่อไปในชุมชน สะท้อนถึง ความยืดหยุ่นของโครงการในการออกแบบกระบวนการพัฒนา CAs ภายใต้หลักการร่วม คือ “สร้างบรรยากาศ ใช้ศาสตร์แบบบ้าน ๆ และคนทำงานต้องเปลี่ยนแปลงภายใน” ที่เป็นหัวใจของกระบวนการสุขเป็น นับเป็นจุดแข็งที่ทำให้สามารถปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหรือความถนัดของกระบวนกรที่อยู่ในทีมโครงการนั่นเอง

Note: ข้อสังเกตของทีมประเมินผลภายในต่อกระบวนการพัฒนา CAs มีดังนี้

ภาพประกอบ

รูปที่ 2 กรอบแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพแบบ V-shape ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

2.1.2 กระบวนการพัฒนาศักยภาพ CAs

เมื่อโครงการพัฒนา CAs ในแต่ละพื้นที่แล้ว จะมีการระดมสมองและชวนคิดต่อว่าหาก “สุขเป็น” มีประโยชน์และมีคุณค่า เราจะไปขยายผลต่อในชุมชนดีไหม และทำอย่างไร พร้อมกับสนับสนุนชักชวนให้ CAs ลองเอาแนวคิดและเครื่องมือสุขเป็นไปใช้ในงานตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง กระบวนการพัฒนา CAs ในภาพรวมจะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมเมื่อ CAs ได้นำไปลองใช้ขยายผลแล้วระยะเวลาหนึ่ง จนเกิดความต้องการเองว่า “ต้องการให้โครงการเสริมทักษะ หรือศักยภาพเรื่องอะไร เพื่อที่จะช่วยให้การขยายผลทำได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น” กระบวนการพัฒนาศักยภาพ CAs มีดังนี้

เผยแพร่ workshop นี้จึงเป็นเหมือนการสาธิตและทดลองใช้เครื่องมือต่าง ๆ ผ่านการทดลองปฏิบัติและสะท้อนคิด workshop นี้ มีการดำเนินการแทบในทุกพื้นที่ที่มีการขับเคลื่อนงานสุขเป็น และมี workshop บางส่วนที่สอดแทรกในเวทีวิชาการต่าง ๆ เมื่อสัมภาษณ์ CAs พบว่า workshop การใช้เครื่องมือสุขเป็นมีประโยชน์ โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ที่เริ่มมีการขับเคลื่อนงานสุขเป็นไปแล้ว จะเริ่มต้องการทำความเข้าใจเครื่องมือและเนื้อหาที่ลุ่มลึกขึ้น

- การฟังด้วยหัวใจ เป็น workshop ที่จัดโดยทีมวิทยากรจากสมาคมสะมาริตันส์แห่ง

ประเทศไทย ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดจากข้อมูลการสัมภาษณ์ CAs ในพื้นที่ต่าง ๆ และเสียงสะท้อนเป็นทำนองเดียวกันว่า “มีประโยชน์และได้นำไปใช้จริงเยอะมาก” “ใช้ได้ทั้งกับการทำงานและในครอบครัว” มี CAs หลายคนที่อยากนำประเด็นเรื่องการฟังด้วยหัวใจไปขยายผลต่อให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการสื่อสารในครอบครัว หรือการนำไปใช้ในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยในชุมชน ตลอดจนการเป็นผู้รับฟังคนอื่น ๆ ของ อสม. และผู้นำชุมชน CAs ที่เข้าร่วมยังสะท้อนถึงการพัฒนาต่อยอดเกิดประโยชน์ชัดเจน เช่น บ้านชะอวด มี CAs ที่เป็น Active citizen ไปทำงานเรื่องการสื่อสารในครอบครัวโดยเรื่องการฟังด้วยหัวใจให้ครอบครัวได้แสดงความรักต่อกัน พมจ.สกลนคร จัดอบรมเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รุ่นที่ 1 หลักสูตร สุขเป็นการฟังด้วยหัวใจ ซึ่งเป็นภารกิจของหน่วยงานโดยตรง และยังขยายผลเรื่องนี้ไปยังเครือข่ายที่ดูแลคนเปราะบางในชุมชนอีกด้วย

- การออกแบบการเรียนรู้ เป็น workshop ที่มีแค่ CAs จำนวน 2 คนที่เข้าได้ร่วมเรียนรู้

กับทีมโครงการ ความตั้งใจเดิมของ workshop นี้ คือพัฒนาศักยภาพของทีมโครงการเอง แต่ CAs ใน ศพค.ท่าทราย 2 คน จากพื้นที่เดิมได้รับการชักชวนและเข้าร่วมเรียนรู้ด้วย เพื่อนำไปต่อยอดใช้ออกแบบกิจกรรมในงานของ ศพค. ข้อมูลสะท้อนประโยชน์ของ Workshop นี้ มี CAs 1 คน ที่บอกว่า “เป็นสิ่งที่ยากและไม่เคยเรียนรู้อะไรแบบนี้มาก่อนเลย ไม่รู้เลยว่าเค้าต้องออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้กันยังไง ต้องวิเคราะห์คิดกันขนาดนี้เลยหรอ มันยากมากสำหรับเรา แต่มีพี่ใน P2H ที่คอยช่วยเป็นบัดดี้ให้ เลยทำให้ได้ลองดูและเริ่มเข้าใจมากขึ้น จนรู้สึกว่าเวลาไปจัดกิจกรรมในชุมชนเราก็เริ่มออกแบบตามสิ่งที่เราเรียนรู้มาเหมือนกัน (CA, หญิง, นนทบุรี,)”

2.2 กระบวนการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนสุขเป็น

กระบวนการพัฒนาศักยภาพ Core team เป็นกระบวนการที่ทีมโครงการประชุมหรือตั้งวงสนทนาอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการกับ core team ในแต่ละพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหาช่องทางใหม่ ๆ ในการดำเนินงานหรือหาแนวทางเชื่อมต่อผลักดันกลไกในการทำงานสุขเป็นให้เชื่อมต่อกับระบบได้ กระบวนการนี้จะเป็นกิจกรรมทบทวนสิ่งที่ core team ได้ทำมาแล้วคืออะไรบ้าง มีความสำเร็จและอุปสรรคอย่างไร ความท้าทายใหม่ ๆ คืออะไร ตลอดจนสิ่งที่อยากให้โครงการสนับสนุนพื้นที่ต่อไปคืออะไร ผลลัพธ์คือ core team เกิดความเชื่อมโยงนำสุขเป็นเข้ากับระบบการทำงานมากขึ้น ทีมโครงการก็เห็นความต้องการและโอกาสที่แตกต่างหลากหลาย และเห็นมุมมองว่าจะเติมเต็มอะไรให้กับ CAs ในพื้นที่ต่อไป

นอกจากนี้ Core team บางกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและอยู่ในกลุ่มวิชาการที่ทำงานสุขเป็นต่อเนื่อง เช่น CAs จาก อ.โปงทุ่ง จ.เชียงใหม่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง รพสต.เกาะแต้ว จ.สงขลา ได้เข้าร่วม workshop ทบทวนและพัฒนาเครื่องมือสุขเป็นจึงได้เติมเต็มความเข้าใจแนวคิด PERMA ที่ลึกซึ้งขึ้น พบว่า core team เห็นว่าการที่เข้าใจ PERMA ลึกซึ้งขึ้นนี้นับว่ามีประโยชน์มาก เช่น คำให้สัมภาษณ์ว่า “บางอย่างไม่เคยรู้ว่า PERMA คืออะไร มันมีความสุขหลายมิติ พอเข้าใจมากขึ้นสามารถชวนคนในทีมทำได้ต่อไปอีก เมื่อก่อนเราไม่รู้ลึกขนาดนี้เราก็ใช้เท่าที่เรารู้ (CA, หญิง, เชียงใหม่, บุคลากรสาธารณสุข)”

ช่วงท้ายของโครงการ มีการจัดเวทีวิชาการรวม core team จากทุกพื้นที่ เพื่อเติมเต็มความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเน้นการสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดพลัง การรู้จักตนเองให้ลึกขึ้น เพื่อที่จะเข้าใจคนอื่น งานเวทีวิชาการนี้คาดหวังถึงความยั่งยืนเมื่อโครงการจบไปแล้ว ทุกพื้นที่จะยังมีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเสริมพลังการทำงานสุขเป็นกันต่อไป นับว่าเป็นเวทีที่ core team ให้ความสำคัญมาก และสะท้อนว่าการจัดเวทีนี้ช่วยให้ต่อยอดขยายงานต่อไปได้จริง และ CAs ยังสะท้อนด้วยว่า การจัดเวทีวิชาการที่เข้มข้นในช่วงท้ายนี้มีข้อดี คือ ทุกคนทำงานผ่านการลงมือมาแล้ว เห็นโอกาสและอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย การได้มาเติมพลังกับเพื่อนที่มีใจเดียวกันยิ่งส่งผลให้อยากกลับไปทำต่อในพื้นที่ของตนเองต่อไปอีก จากคำให้สัมภาษณ์ว่า “วันนี้ได้มาฟังเรื่องของหมอแนน (CA จาก รพ.แม่ทะ จ.ลำปาง) ของเพื่อนพื้นที่อื่น ของ พมจ. เราก็เพิ่งรู้เลยว่า สุขเป็นมันไปทำได้แบบนี้หรอ เราก็เกิดแรงบันดาลใจไปทำแบบเดียวกันบ้างในพื้นที่ของเรา (CA, ชาย, เชียงราย, Active citizen)”

Note: ข้อสังเกตของทีมประเมินผลภายในต่อกระบวนการ (process)

โดยเฉพาะ “การบอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์จริง” กลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้เข้าร่วมพัฒนาทักษะการสื่อสารและสามารถถ่ายทอดแนวคิดไปยังผู้อื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการ “บอกต่ออย่างมีพลัง”

พัฒนาเป็นผู้นำกระบวนการเรียนรู้หรือกระบวนกรสุขเป็น (Facilitator) จึงเป็นกระบวนการที่สร้าง "คนทำงาน" ให้เกิดในชุมชนจริง

- การขยายผลสุขเป็นเข้าไปในชุมชนแบบก้าวกระโดดด้วยแนวคิด “Train the Trainer”

จากรูปแบบการพัฒนา CAs ที่มี 2 แนวทาง คือ ทีมโครงการเป็นผู้พัฒนา CAs โดยตรง ซึ่งทำได้จำกัด และ CAs ที่ผ่านการพัฒนาแล้ว กลับไปสร้าง CAs รุ่นใหม่ในพื้นที่ของตนเองหรือขยายไปพื้นที่ข้างเคียง รวมถึง แนวทางการขยายผลที่พบในช่วยหลังที่พื้นที่ จ.ลำปาง ผ่านการสังเกต ชวนทำ สะท้อนคิด การขยายผลรูปแบบนี้ช่วยให้เกิดการพึ่งพาตนเองของพื้นที่ ใช้ทรัพยากรในชุมชน ช่วยเพิ่มความยั่งยืนของการดำเนินงาน ในขณะเดียวกัน การหนุนเสริมศักยภาพ CAs ให้สร้าง CAs ต่อไปได้ ยิ่งเป็นช่วยทำให้แนวคิดสุขเป็นกระจายไปสู่ชุมชนสังคมเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

1) การที่ทีมโครงการ, CAs และ core team มีความเข้าใจ PERMA อย่างลึกซึ้งมากกว่าในชุดกิจกรรม 7+3+3+3 ที่ได้รับใน CAs พื้นฐานทั่วไป น่าจะช่วยส่งผลต่อการขับเคลื่อนและการทำงานเชิงระบบ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงควรมีกิจกรรมพัฒนาทีมและกำลังคนในพื้นที่เรื่องนี้ที่เข้มข้นขึ้นในอนาคต