บทที่ 1

P2H ทำอะไรในโครงการสุขเป็น: บทบาทการสร้างคน สร้างกลไก และสร้างเครือข่าย

ตลอดการดำเนินโครงการ “สุขเป็น” ใน 15 พื้นที่ มูลนิธิ Path2Health (P2H) ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดกิจกรรมสุขภาพจิตให้กับประชาชนโดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็น “ผู้ออกแบบและพัฒนากระบวนการเรียนรู้” เพื่อสร้างกลไกการขับเคลื่อนสุขภาวะทางจิตที่จะดำเนินต่อได้ด้วยพลังของคนและองค์กรในพื้นที่

การทำงานของ P2H สรุปได้เป็น 4 ภารกิจสำคัญ ดังนี้

1. การค้นหาและคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อน

จุดเริ่มต้นของโครงการไม่ใช่การนำรูปแบบสำเร็จรูปไปใช้กับทุกพื้นที่ แต่เป็นการค้นหาพื้นที่ที่มี “ทุนเดิม” และมีความพร้อมในการพัฒนางานสุขภาวะทางจิตร่วมกัน

P2H คัดเลือกพื้นที่ที่มีผู้นำและภาคีที่สนใจเรื่องสุขภาพจิต มีการทดลองดำเนินงานอยู่แล้ว หรือมีความพร้อมในการร่วมลงทุนทรัพยากรและขับเคลื่อนงานร่วมกัน ทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด หรือเครือข่ายระดับภาค

แนวทางดังกล่าวทำให้โครงการไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ต่อยอดจากศักยภาพและความเข้มแข็งที่มีอยู่เดิมของแต่ละพื้นที่ นำไปสู่การพัฒนาเครือข่าย 15 พื้นที่ที่มีบริบทแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างสุขภาวะทางจิตให้กับประชาชนผ่านกลไกชุมชน

2. การพัฒนาองค์ความรู้และชุดเครื่องมือ “สุขเป็น”

P2H ทำหน้าที่แปลงองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) และแนวคิดสุขภาวะทางจิตที่เชื่อมโยงการดูแลตนเอง การดูแลกันในครอบครัว และการดูแลชุมชนเข้าด้วยกัน โดยทำให้เข้าใจง่าย พัฒนาเป็นเครื่องมือที่จับต้องได้ สามารถบูรณาการเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันและงานประจำของคนในพื้นที่ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และสามารถปรับใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ อสม. บุคลากรสาธารณสุข และผู้นำชุมชน

3. การสร้างและพัฒนา Change Agents หรือ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง”

หัวใจสำคัญที่สุดของโครงการ คือ การพัฒนา Change Agents ซึ่งเป็นแกนนำหลักในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ P2H ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องเพื่อบ่มเพาะแกนนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในก่อนที่จะไปสร้างการเปลี่ยนแปลงกับผู้อื่น กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยการเรียนรู้ การทดลองนำไปใช้จริง การแลกเปลี่ยนสะท้อนบทเรียน และการต่อยอดสู่บทบาทการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเรียกกันในโครงการกระบวนการ “7-3-3-3” แนวทางนี้ทำให้แกนนำไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้ารับการอบรม แต่กลายเป็นหุ้นส่วน เป็นเจ้าของกระบวนการและเป็นผู้ขยายผลสู่คนอื่นในชุมชนต่อไป

4. สร้างเครือข่ายการเรียนรู้และระบบสนับสนุนการขยายผล

เมื่อพื้นที่ต่าง ๆ เริ่มมีประสบการณ์การทำงาน P2H ทำหน้าที่เชื่อมโยงพื้นที่เข้าหากัน ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ

เวทีเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการนำเสนอผลงาน แต่เป็นพื้นที่ให้คนทำงานได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของกันและกัน เห็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้ ”สุขเป็น” ในบริบทที่หลากหลาย และนำแนวคิดกลับไปพัฒนางานของตนเอง และเกิดการก่อรูปของเครือข่าย “คนทำงานสุขเป็น” ที่สามารถแลกเปลี่ยน ช่วยเหลือ และต่อยอดการทำงานร่วมกัน