ศพค.ที่ “สุขเป็น” สมาชิกก็ “เป็นสุข” : กรณีศึกษาการนำแนวคิดและกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกปรับใช้กับศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ท่าทราย ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี
1. บริบทของกลไกในพื้นที่และการเริ่มต้น (Context & Entry Point)
ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ท่าทราย ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เข้าร่วมโครงการสุขเป็นตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งเป็นระยะที่ 1 ของโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทดลองเครื่องมือการทำงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกกับพื้นที่ในเขตเมือง จุดตั้งต้นมาจากมูลนิธิแพธทูเฮลท์ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดขอบดำเนินโครงการได้ประสานไปที่ พมจ.นนทบุรีเพื่อขอคำปรึกษาและชักชวนร่วมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวก และทาง พมจ.นนทบุรีแนะนำให้มูลนิธิแพธทูเฮลท์ประสานไปที่เทศบาลนนทบุรีเพราะน่าจะขยายผลได้ครอบคลุมมากกว่า และเมื่อมูลนิธิฯ ประสานไปที่เทศบาลนคนนนทบุรี ทางเทศบาลก็ตอบรับร่วมขับเคลื่อนดำเนินโครงการสุขเป็นโดยให้โครงการลองนำร่องกับ ศพค.ท่าทราย เพราะเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อม
ศพท.ท่าทราย ดำเนินงานโดยคณะทำงานที่ผ่านการเลือกตั้ง ประกอบด้วยประธาน รองประธาน เลขานุการ และคณะทำงาน 15 คน วาระ 2 ปี เมื่อเลือกแล้วจะมีหนังสือคำสั่งจากเทศบาลนครนนบุรีแต่งตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการ โดยคณะทำงานจะมีบทบาทจัดทำแผนและดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในตำบลท่าทราย รวมถึงจัดหางบประมาณเพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน ปัจจุบันมี วุฒิชัย มะสี เป็นประธานคณะทำงาน และจรรยา กลั่นแก้ว เป็นเลขานุการ
2. การสร้างกลไกหลักและการพัฒนา Change Agents (ทั้งด้าน content และ mobilization)
ในระยะแรกที่เริ่มดำเนินงานด้วยกัน ทาง ศพค.ท่าทรายยังไม่ค่อยเข้าใจว่าโครงการสุขเป็นคืออะไร และจะมาทำอะไรกับ ศพค. เข้าใจแต่เพียงว่าโครงการจะมาทำงานเรื่องสุขภาพจิต มาทำให้มีความสุขและมองโลกในแง่ดี โดยจะเริ่มจากการอบรมคณะทำงานของ ศพค.ก่อน และให้เครื่องมือบางอย่างนำกลับไปใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง
“พอหลังจากที่เราอบรมสุขเป็นมา เราจะใช้ I Message มากขึ้น ความที่เคยชิน มีพฤติกรรมนี้ สะสมมาหลายสิบปีก็เลยเปลี่ยนไม่ง่าย แต่ก็พยายามทำอยู่ จะให้มาเปลี่ยนแปลงมันก็ต้องใช้เวลา”
จรรยา กลั่นแก้ว เลขานุการคณะทำงาน ศพค.ท่าทราย
จรรยาระบุว่า ในระยะแรกของการดำเนินงาน โครงการเข้ามาติดตามเป็นระยะ มาประชุม มาร่วมทำกิจกรรมด้วยกันทั้งกิจกรรมของโครงการและกิจกรรมของ ศพค.ทำให้เกิดความสนิทสนมไว้วางใจ เรียกว่าในระยะ 2 ปีแรกของการทำงานสุขเป็น เน้นการทำงานกับตัวเอง เปลี่ยนแปลงแนวคิดและพฤติกรรมตัวเอง ทำความรู้จักและสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน มากกว่าที่จะขยายผลไปสู่คนอื่นในชุมชน
ในระยะที่ 2 ของโครงการ ช่วงกลางปี 2567 โครงการยังดำเนินงานต่อเนื่องกับ ศพค.ท่าทราย ซึ่งระยะนี้ โครงการมีเครื่องมือการทำงานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากระยะที่ 1 มาใช้พัฒนาแกนนำของ ศพค. ทั้งการอบรมหลักสูตร 7-3-3-3 เพื่อทำความเข้าใจแนวคิดเรื่องสุขภาพจิตเชิงบวกและเครื่องมือที่ใช้เพื่อติดตั้งทักษะสร้างสุขให้กับตัวเองและผู้อื่น การพัฒนาแกนนำเรื่อง ทักษะการฟังด้วยหัวใจ และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ที่เติมองค์ความรู้และทักษะการเป็นกระบวนกรรให้กับแกนนำ ศพค.ท่าทราย นอกจากนี้ แกนนำบางคนยังได้รับการพัฒนาเรื่อง แนวคิดและการออกแบบกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ (Learning Design) เพื่อนำมาใช้ปรับการทำกิจกรรมสำหรับคนในชุมชน
“เราใช้กับตัวเองกับกลุ่มของเราก่อน เจอกัน กอดกัน ทักกัน เหมือนเป็นการให้กําลังใจกัน แล้วใครมีปัญหามีอะไรเราก็จะค่อยๆ ช่วยกันเคลียร์ช่วยกันแก้ไข หรือบางครั้งอยู่ด้วยกัน บางคนพูดไปทางลบ เราก็จะ ‘เฮ้ย! ไม่ใช่แล้วนะ’ ก็ช่วยกันดึงกลับมา”
จรรยา กลั่นแก้ว เลขานุการคณะทำงาน ศพค.ท่าทราย · 3. การบูรณาการเข้ากับงานหรือระบบ
ภารกิจของ ศพค.ท่าทราย คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ของ ศพค.เช่น การอบรมให้กับชมรมผู้สูงอายุ โครงการครูอาสาช่วงปิดภาคเรียน กิจกรรมวิ่งระดมทุน การระดมทรัพยากรช่วยเหลือคนในชุมชนที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจหรือภัยพิบัติ
ภารกิจปกติที่ได้ใช้กิจกรรมสุขเป็นเป็นหลักในการจัดกระบวนการ คือ การจัดอบรมให้กับชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งมีทั้งหมด 14 ชมรม โดยแกนนำของ ศพค.ที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการจะแบ่งทีมกันไปจัดกระบวนการสร้างสุขให้กับชมรมผู้สูงอายุเดือนละ 1 ครั้ง
ในกิจกรรมอื่นๆ เช่น กิจกรรมวิ่งระดมทุน ทาง ศพค.ได้นำกิจกรรมจากโครงการไปจัดบูธและชวนผู้มาวิ่งร่วมเล่นกิจกรรม เช่น กิจกรรมบันไดงู ทำให้ผู้มาร่วมกิจกรรมวิ่งได้ทั้งออกกำลังกายและออกกำลังใจ
นอกจากนี้ ในการประชุมคณะทำงานทุกเดือน ทางคณะทำงานจะชวนกันทำกิจกรรมสร้างสุขก่อนที่จะเริ่มประชุม และใช้แนวคิดและทักษะที่ได้จากโครงการมาใช้ในการประชุม เช่น การสื่อสารเชิงบวก การฟัง การสร้างบรรยากาศที่ประชุมให้ปลอดภัยและรื่นรมย์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในวงประชุม
อาจกล่าวได้ว่าการบูรณาการสุขเป็นเข้ากับงานหรือระบบของ ศพค.ท่าทราย คือ การนำแนวคิดและกิจกรรมทักษะสร้างสุขไปใช้ในภารกิจปกติของ ศพค.แทบจะทุกภารกิจภายใต้บริบทการทำงานแบบจิตอาสาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ที่ ศพค.รับผิดชอบ
4. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ ศพค.ท่าทรายหลังร่วมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกภายใต้โครงการสุขเป็น เกิดผลลัพธ์ทั้งในระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับชุมชน ดังนี้
4.1 ผลลัพธ์ระดับบุคคล พบว่า แกนนำที่ได้รับการพัฒนาเกิดความเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติ เช่น มองโลกและสิ่งรอบตัวในเชิงบวกมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม เช่น รับฟังคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงานมากขึ้น และสื่อสารเชิงบวกต่อกัน
4.2 ผลลัพธ์ระดับกลุ่ม พบว่า สัมพันธภาพของกลุ่มดีขึ้น ส่งผลให้การทำงานใน ศพท.มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“สัมพันธภาพดีมากขึ้นมาก ในกลุ่มเราคนเยอะ เป็นธรรมดาต้องมีกลุ่ม 1 กลุ่ม 2 ซึ่งไม่ถูกกัน แล้วเราอยู่ตรงกลางแต่เราก็ไปด้วยกันได้ เราจัดงาน เราทําอะไรไปด้วยกันได้หมด ทุกคนร่วมมือกัน ไม่มีอันนี้งานเธอ อันนั้นงานฉัน ทำให้การไปทํากิจกรรมกลุ่มเกิดผลงานที่ดี”
นงลักษณ์ สาตรา รองประธานคณะทำงาน ศพค.ท่าทราย
4.3 ผลลัพธ์ระดับชุมชน พบว่า แกนนำได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คนในชุมชนได้เข้ามาพูดคุยปรึกษา ช่วยลดความเครียดของคนในชุมชนได้
“บุคลิกภาพของเขา (คนในชุมชนที่มาปรึกษา) ไม่ค่อยไว้ใจใคร ไม่รู้อะไรถึงมานั่งคุยกับเราตั้งสองชั่วโมง ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ไม่เคยคุยกัน เขามาระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจ เราก็ฟังให้เขาพูดอย่างเดียว”
นงลักษณ์ สาตรา รองประธานคณะทำงาน ศพค.ท่าทราย
5. ปัจจัยความสำเร็จและความท้าทาย
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพจิตเชิงบวกหรือสุขเป็น ของ ศพค.ท่าทราย ทั้งความสำเร็จในระดับบุคคล กลุ่มคน จนถึงชุมชน เกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้
5.1 ต้นทุนที่พร้อมของ ศพค.ท่าทราย โดยพบว่า ทั้งประธาน คณะทำงาน และสมาชิกของ ศพค.ท่าทรายส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีจิตอาสา มีความมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือและพัฒนาคนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สมาชิกส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการเกษียณ มีความรู้ มีเวลา และสามารถระดมทรัพยากรในการทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณจากต้นสังกัด ในขณะที่อีกหลาย ศพค.ในประเทศไม่สามารถดำเนินงานอย่างเข้มแข็งได้เพราะปัจจัยเรื่องงบประมาณ
5.2 การใช้เครื่องมือสุขเป็นทำงานกับพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ทำให้แกนนำมีทักษะในการจัดกระบวนการและเข้าใจแนวคิดเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกมากขึ้น
5.3 การทำงานกับคนกลุ่มเล็ก เช่น ทำกระบวนการกับชมรมผู้สูงอายุ ทำให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพราะผู้เข้าร่วมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันทั่วถึง ได้พูดคุยระบายความในใจกันทุกคนและช่วยทำให้สัมพันธภาพในกลุ่มของผู้สูงอายุดีขึ้น
“ถ้าเราทํากับกลุ่มเล็กเล็กย่อยๆ จะมีประสิทธิภาพมากกว่าทํากลุ่มใหญ่ เพราะเคยทํากับกลุ่ม อสม ที่เป็นกลุ่มใหญ่ ไม่ค่อยได้ผลเพราะว่าบางคนไม่สนใจ บางคนชอบสนุกเฮฮาแต่บางคนบอกว่าไร้สาระ แต่ถ้ากลุ่มน้อยๆ จะโฟกัสได้ถูก เขาเองก็มีส่วนร่วมกับเราด้วย ทําให้เขาได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ของกิจกรรม”
จรรยา กลั่นแก้ว เลขานุการคณะทำงาน ศพค.ท่าทราย
5.4 ปัจจัยเรื่องพื้นที่/ข้อจำกัดในการขยายผลการทำงาน ทำให้การขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก ศพค.มีพื้นที่ทำงานในระดับตำบล แม้ว่าพื้นที่อื่นสนใจ ชักชวนให้ไปขยายผลให้คนในชุมชนอื่น ทาง ศพค.ท่าทรายก็จะไม่กล้าออกนอกพื้นที่เนื่องจากเกรงใจ ศพค.อื่นที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ
6. บทเรียนสำหรับพื้นที่อื่น
แม้ว่า ศพค.ท่าทราย จะประสบความสำเร็จในการนำสุขเป็นเข้าไปติดตั้งระบบคิดและระบบการทำงานของคณะทำงานและสมาชิก อาจกล่าวได้ว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากต้นทุนที่มีความพร้อมของ ศพค.ท่าทราย ในขณะที่ ศพค.พื้นที่อื่นอาจจะมีต้นทุนที่แตกต่างออกไป
อย่างไรก็ตาม หาก ศพค.พื้นที่อื่นสนใจจะขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกตามแนวทางของ “สุขเป็น” อาจจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ ดังนี้
6.1 ความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลและงบประมาณ เนื่องจากการทำงานด้านสุขภาพจิตเชิงบวกแบบสุขเป็นต้องใช้กลไกที่เป็นแกนนำ หาก ศพค.ขาดแกนนำที่ “มีใจ” และไม่สามารถทำงานต่อเนื่องได้ การขับเคลื่อนจะไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ “ทรัพยากร” โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหากต้องทำงานต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีงบประมาณสำหรับจัดกิจกรรม
6.2 การค้นหาแกนนำที่มีใจ อาจเริ่มจากชักชวนแกนนำใน ศพค.ที่มีภารกิจทำงานใกล้ชิดกับคนในชุมชนก่อน เช่น อสม.หรือ Care Giver เพราะเป็นกลุ่มที่สามารถนำเครื่องมือของโครงการไปใช้ได้ทันที ซึ่งอาจจะช่วยให้คนกลุ่มนี้เป็นแกนนำที่ยั่งยืนได้เพราะนำไปใช้กับตัวเองและภารกิจปกติได้จริง
6.3 โครงการควร “เติม” ความรู้และทักษะ รวมถึง “ติดตาม” การทำงานของ ศพค.อย่างต่อเนื่อง มีการทบทวนการทำงานร่วมกันเป็นระยะๆ เพราะหลายครั้งเมื่อทำงานไปแล้ว อาจจะหลงลืมเรื่องสำคัญไป การได้มาทบทวนการทำงานด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้พัฒนาให้แกนนำเข้มแข็ง ทำงานได้มีประสิทธิภาพ และยืนระยะการทำงานได้นานขึ้น
Key Persons ในการพัฒนากลไกการทำงานการสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวก ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ท่าทราย ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี
ความสำเร็จในการขับเคลื่อนงานสุขเป็น ของ ศพค.ท่าทราย ไม่ได้เกิดจากคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการมีหมุดหมายเดียวกันและความเข้มแข็งของ “คณะทำงาน” ทั้ง 15 คน รวมถึงองค์ประกอบของคณะทำงานที่หลากหลายและลงตัวที่มีส่วนช่วยผลักดันให้งานแต่ละภารกิจประสบความสำเร็จ
วุฒิชัย มะสี ในฐานะประธานคณะทำงาน เคยทำงานการเมืองมาก่อนโดยเคยได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกเทศบาลนครนนทบุรี ทำให้ได้รับการยอมรับและเป็นที่นับถือของคนในชุมชน ประกอบกับบุคลิกที่เป็นผู้นำ ใจกว้าง ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วม ก็ทำให้นำพาคณะทำงานทั้งหมดมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และอีกด้านหนึ่งคือ เป็นที่รู้จักและสามารถระดมทรัพยากรเพื่อใช้ในการทำงานของ ศพค.ได้

นงลักษณ์ สาตรา รองประธานคณะทำงาน เคยรับราชการในกรมสุขภาพจิต เป็นอีกคนที่ให้ความสำคัญกับงานสุขภาพจิตในชุมชน พร้อมทั้งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ . . จรรยา กลั่นแก้ว ข้าราชการเกษียณ และปัจจุบันมีบทบาทเป็น อสม. สามารถเข้าถึง อสม.ในพื้นที่และชักชวนกันขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตเชิงบวก อีกทั้ง
จรรยายังมีทักษะในการจัดกระบวนการ เป็นวิทยากรที่สามารถทำกิจกรรมโดยใช้เครื่องมือของสุขเป็นได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ จรรยาจะทำกิจกรรมร่วมกับแกนนำสำคัญอีกคน คือ ภัทศณัช สิริเดชชธานัท ซึ่งมีบทบาทเป็นประธานคณะกรรมการชุมชนตำบลท่าทรายและเป็นเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครนนทบุรี (ปัจจุบันย้ายไปรับราชการที่เทศบาลนครปากเกร็ด) ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่และมีทักษะในการเป็นกระบวนกร
ด้วยองค์ประกอบของคณะทำงานที่หลากหลายและมีส่วนเติมเต็มการทำงานซึ่งกันและกัน ทำให้ ศพค.ท่าทรายเข้มแข็งและดำเนินงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อ ศพค.ท่าทราย ตัดสินใจขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกภายใต้โครงการสุขเป็น ก็ทำอย่างเต็มที่ เต็มศักยภาพที่มี โดยหวังว่าจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนให้ดีขึ้น
“คาดหวังให้ชุมชนดีขึ้น เช่น ที่อยู่อาศัยไม่ดี ก็อยากจะช่วยให้เขาดีขึ้น คนที่ใช้ยาเสพติด ทําไงถึงจะให้เขาไม่ใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้นแต่หันมาประกอบอาชีพที่สุจริต เพื่อให้ตัวเขาเองดีขึ้น และเศรษฐกิจในครอบครัวดีขึ้นด้วย”
จรรยา กลั่นแก้ว เลขานุการคณะทำงาน ศพค.ท่าทราย
คณะทำงาน ศพค.ท่าทรายมองว่า สุขเป็น ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้ เพราะทุกวันนี้คนต่างมีความเครียด แล้วไม่รู้จะใช้วิธีไหนเพื่อผ่อนคลายความเครียดของตัวเอง แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขหรือกรมสุขภาพจิตจะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการที่จะทำให้คนมีสุขภาพจิตที่ดีผ่านสื่อต่างๆ แต่มองว่าเนื้อหาที่เผยแพร่นั้น คนในชุมชนเข้าไม่ถึง เพราะเป็นภาษาวิชาการ
“เขา (กรมสุขภาพจิต) ก็ทําประชาสัมพันธ์ไป มีทั้งพวกหนังสืออะไรพวกนี้ แต่มันเข้าไม่ถึงประชาชน อย่างระดับที่เป็นชาวบ้านนี่เข้าไม่ถึงเลย แต่สุขเป็นทํางานกับชาวบ้านอีกระดับหนึ่ง ระดับกลางลงไป คนกลุ่มนี้เข้าใจเราได้ง่ายมากกว่า เพราะสุขเป็นใช้คําที่ไม่เป็นวิชาการ ให้สื่อสารกันเข้าใจได้ง่ายกว่า”
นงลักษณ์ สาตรา รองประธานคณะทำงาน ศพค.ท่าทราย
คนกลุ่มนี้ยังคงทำงานอย่างมุ่งมั่นและเข้มแข็งในระดับชุมชนด้วยหัวใจอาสา พวกเขาไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ หลายครั้งยังต้องสละทรัพยากรส่วนตัวเพื่อให้การดำเนินงานขับเคลื่อนไปได้ แต่ทุกคนก็พร้อมทุ่มเท ไม่ใช่เพราะแค่อยากเห็นชุมชนดีขึ้นเท่านั้น แต่เพราะงานที่ทำอยู่ เป็นงานที่ “สร้างสุข” มีคุณค่าและความหมาย กับพวกเขาด้วย