กรณีศึกษาที่ 2 · กลไกสถานศึกษา

วิทยาลัยเชียงราย

จาก “ความเปลี่ยนแปลงภายใน” ของครู สู่การนำ “สุข” สู่นักศึกษาทั้งระบบ — คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย จ.เชียงราย

จ.เชียงราย

1. บริบทของกลไกในพื้นที่และการเริ่มต้น (Context & Entry Point)

วิทยาลัยเชียงราย เลขที่ 199 หมู่ 6 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นวิทยาลัยเอกชนได้รับอนุมัติจัดตั้งจากทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2546 ปัจจุบันจัดการเรียนการสอน 5 คณะ คือ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะแพทย์ตะวันออก คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ และ 1 บัณฑิตวิทยาลัย

จุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมโครงการสุขเป็น เกิดจาก ผศ.พัชราวรรณ แก้วกันทะ อาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ รู้จักกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ที่เข้ามาดำเนินโครงการบูรณาการงานสุขภาพจิตและเรื่องเพศใน จ.เชียงราย ต่อมาเมื่อมูลนิธิฯ ดำเนินงานโครงการสุขเป็น ผศ.พัชราวรรณ จึงได้เข้าร่วมและเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จึงเกิดแนวคิดว่า จะต้องขยายต่อในวิทยาลัยเนื่องจากประเมินว่า ทั้งคณาจารย์และนักศึกษาน่าจะมีความเครียดจากการทำงานและการเรียน

2. การสร้างกลไกหลักและการพัฒนา Change Agents (ทั้งด้าน content และ mobilization)

การขยายงานสุขเป็นในวิทยาลัยเชียงราย ผศ.พัชราวรรณ เริ่มจากคณะพยาบาลก่อนเนื่องจากเป็นสังกัดของตนเองและเป็นคณะที่มีบุคลากรมากที่สุด โดยชักชวนอาจารย์อื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมอบรมกับโครงการสุขเป็น และให้นำมาปรับใช้กับวิชาที่สอน เพราะเชื่อว่า ถ้าคนสอน “เปลี่ยน” ตัวเด็กก็จะ “เปลี่ยน” ด้วย

“ตัวอาจารย์ต้องสุขก่อน ถ้าอาจารย์สุข นักศึกษาก็จะสุขด้วย เพราะบรรยากาศมันเอื้อให้สุข เราเริ่มให้อาจารย์ที่เข้ารับอบรมสามารถนำไปปรับใช้ ออกแบบ กิจกรรมให้สอดคล้องกับวิชาที่ สอนได้เอง จากนั้น ก็ค่อยขยับมาใช้ชั่วโมงกิจกรรมทุกวันพฤหัสบดีช่วงบ่าย ในการทำกิจกรรม สุขเป็นกับนักศึกษาต่อเนื่อง”

ผศ.พัชราวรรณ แก้วกันทะ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย

ผศ.พัชราวรรณ นำร่องการใช้สุขเป็นกับนักศึกษาด้วยการนำกิจกรรมจากโครงการมาจัดให้กับนักศึกษาหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลทุน กสศ.เนื่องจากเห็นว่า นักศึกษากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์ มีความรู้สึกด้อยค่าตัวเอง ซึ่งได้ใช้กิจกรรมสุขเป็น 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในภาคเรียนที่ 1

นอกจากนี้ ยังเปิด “ศูนย์แคร์ใจ” ภายในคณะพยาบาล เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้นักศึกษาได้เข้ามาพูดคุย ระบาย สิ่งที่ไม่สบายใจ ซึ่งศูนย์แคร์ใจเปิดให้บริการทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ และหากพบว่ามีกรณีเร่งด่วน สภาพปัญหาซับซ้อน ก็จะมีการส่งต่อเพื่อเข้ารับบริการที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

อย่างไรก็ตาม การทำเฉพาะหน้างานของแต่ละคนยังเป็นการทำงานแบบแยกชิ้นและจะตอบถึงการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างยาก ผศ.พัชราวรรณเห็นว่าจะต้องนำสุขเป็นขยายให้ครอบคลุมทั้งวิทยาลัย และจะต้องทำอย่างเป็นระบบ จึงได้ชวน อาจารย์ไพทูรย์ ยศกาศ ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษาและศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยเชียงราย ร่วมเป็นทีมทำงานด้วยกัน ซึ่งอาจารย์ไพทูรย์ ได้เข้ามาช่วยผลักดันให้เกิด “ศูนย์แคร์ใจ” ในระดับวิทยาลัย และนำสุขเป็น เข้าไปอยู่ใน “แผน” การดำเนินงานของวิทยาลัย

“ปัญหาสุขภาพจิตของนักศึกษาเราทำงานเชิงตั้งรับมาตลอด แต่ต่อมาก็เห็นว่ามีเคสมา ปรึกษาเยอะขึ้น เด็กเล่าว่าความสุขในการเรียนลดลง เราก็คิดว่า ทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว จึงปรึกษากับ อ.พัช ว่าต้องทำให้งานสุขภาพจิตเป็นงานนโยบายของวิทยาลัย”

ไพทูรย์ ยศกาศ · ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษาและศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยเชียงราย · 3. การบูรณาการเข้ากับงานหรือระบบของวิทยาลัย (ทั้งด้าน content และ mobilization)

วิทยาลัยเชียงราย มีเป้าหมายพัฒนามุ่งไปสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีสุขภาวะ Healthy University ซึ่งสุขภาพจิต จะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัด AUNHPN การทำงาน ทำให้การนำสุขเป็นนำเสนอกับผู้บริหารของวิทยาลัยไม่มีอุปสรรค เนื่องจากสอดคล้องกับเป้าหมายของวิทยาลัย

เมื่อสุขเป็นสอดคล้องไปกับนโยบายและเป้าหมายของวิทยาลัย สิ่งที่จะทำให้นโยบายเป็นจริงได้ คือการมี “กลไก” ขับเคลื่อนในวิทยาลัย ซึ่ง อ.ไพทูรย์ และ ผศ.พัชราวรรณมองว่า จะต้องดึงการมีส่วนร่วมจากคณาจารย์ทุกคณะ จึงได้เริ่มสร้างแกนนำของแต่ละคณะ เน้นอาจารย์ที่สนใจเข้าร่วมอบรมเป็นแกนนำหลักของคณะ คณะละประมาณ 5-10 คน แต่บางคณะที่มีคณาจารย์ไม่มากนักอย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็เข้าร่วมเป็นแกนนำทั้งหมด การพัฒนาเน้นการปรับเปลี่ยนแนวคิด มุมมอง ทัศนคติ เกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยาเชิงบวก เมื่อพัฒนาแกนนำสำเร็จแล้ว แกนนำจะนำสุขเป็นเข้าไปบูรณาการในเนื้อหาวิชาที่สอน หรือจัดเป็นกิจกรรมเสริม

นอกจากกลไกด้านการเรียนการสอนแล้ว ยังได้พัฒนากลไกด้านสโมสรนักศึกษาผ่านการพัฒนาแกนนำนักศึกษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกที่มีงบประมาณสนับสนุนจากทางวิทลัยอยู่แล้ว จึงเป็นช่องทางที่ดีที่จะขยายงานสุขเป็นได้ โดยตั้งเป้าว่า ภายในปี 2569 นักศึกษาทุกคนจะผ่านการทำกิจกรรมสุขเป็นอย่างน้อย 2 ครั้ง

ภาพประกอบ

วิทยาลัยเชียงราย มองว่าการค่อยๆ ขยับดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้งวิทยาลัยนี้ จะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี โดยปีแรกและปีที่สองจะเน้นการสร้างคน พัฒนาศักยภาพบุคลากร ปีที่สามและสี่ เมื่อคนพร้อมแล้วจะเริ่มดำเนินการตามแผนงาน และในปีที่ห้าจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยใช้การเก็บข้อมูลเชิงสถิติและงานวิจัย

4. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

วิทยาลัยเชียงรายเข้าร่วมโครงการสุขเป็นมาประมาณ 2 ปี ในการดำเนินงานที่ผ่านมาอาจจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเหมือนที่ตั้งใจไว้ เพราะมองว่างานสุขภาพจิตเป็นงานที่ต้องใช้ระยะเวลา แต่จากการนำแนวคิดและกิจกรรมโครงการสุขเป็นไปใช้ ก็มองเห็นผลลัพธ์ในเชิงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้

4.1 ผลลัพธ์สุขภาพจิตระดับบุคคล พบว่า แกนนำเอง โดยเฉพาะ ผศ.พัชราวรรณ และอาจารย์ไพทูรย์ รวมถึงคณาจารย์อื่นๆ ที่เข้ารับการพัฒนา มีมุมมองเชิงบวก มีวิธี/เครื่องมือ ที่ช่วยให้ตัวเองคลี่คลายความเครียดมากขึ้น

“พัชเรียนจิตวิทยา เป็นอาจารย์สอนจิตเวชให้นักศึกษา ก็คิดว่าเรื่องพวกนี้เรารู้หมด แต่จริงๆ แล้วเรารู้เชิงทฤษฎี สุขเป็นมาช่วยสะกิดให้เราปฏิบัติ ทำให้เรามองเห็นมุมความสุขง่ายๆ สุขเลยตอนนี้ ไม่ต้องไปรอ และจะรู้ว่า เราสุขจริงหรือเปล่าไม่หลอกตัวเองก็ให้ดูที่คนรอบตัว ถ้าเรามีความสุข คนรอบตัวเราก็จะมีความสุขด้วย”

ผศ.พัชราวรรณ แก้วกันทะ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย

4.2 ผลลัพธ์การทำงานสุขภาพจิตเชิงรูปธรรม

การจัดตั้ง “ศูนย์แคร์ใจ” ที่ริเริ่มโดยคณะพยาบาลศาสตร์ และต่อมาถูกยกระดับให้เป็นงานหนึ่งของวิทยาลัย โดยศูนย์นี้ได้ให้บริการปรึกษาสำหรับนักศึกษาที่อยากพูดคุย มีภาวะเครียด ไม่สบายใจ อยากระบาย ซึ่งทำให้วิทยาลัยสามารถเข้าดูแลช่วยเหลือนักศึกษาได้ทันท่วงที และหากเกินความสามารถของครูที่ปรึกษา ก็จะส่งต่อให้นักศึกษาได้เข้ารับการรักษา

การจัดกิจกรรมสุขเป็นให้กับนักศึกษาหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลทุน กสศ. ทำให้นักศึกษา รู้สึกผ่อนคลาย ปรับมุมมองของตัวเอง มองโลกในมุมบวกมากขึ้น เช่น เมื่อต้องตื่นเช้าไปเรียนก็มองว่าเป็นการสร้างวินัยให้กับตัวเอง เมื่อจบภาคการศึกษาส่วนใหญ่ประเมินว่าการได้ทำกิจกรรมสุขเป็น “ดีมาก”

5. ปัจจัยความสำเร็จและความท้าทาย

จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น อาจกล่าวได้ว่า ปัจจัยความสำเร็จในการทำงานสุขเป็นของวิทยาลัยเชียงราย เริ่มจาก ผศ.พัชราวรรณ ที่มองว่าการทำงานที่ “ต้นน้ำ” เป็นเรื่องสำคัญ และเห็นประโยชน์ว่าสุขเป็นจะเข้าไปช่วยทำให้คณาจารย์และนักศึกษาเกิดแนวคิดและมีเครื่องมือในการดูแลสุขภาพจิตตัวเอง และเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองทำได้ก่อน เช่น บูรณาการในวิชาที่ตัวเองสอน การจัดตั้งศูนย์แคร์ใจในคณะพยาบาลศาสตร์ ก่อนที่ต่อมา จะเกิดแนวคิดว่าต้องขยับทั้งระบบเพื่อให้เกิดประโยชน์ครอบคลุมกับทุกคนในวิทยาลัย

การเกิดแนวคิดว่าต้องขยับทั้งระบบนี้ เกิดจากการได้เข้าร่วมกิจกรรมและแลกเปลี่ยนกับทีมโครงการสุขเป็นอย่างสม่ำเสมอ เจ้าหน้าที่โครงการได้พยายามกระตุ้น เสนอแนะ ให้มุมมอง และสนับสนุน เสริมแรงให้กับแกนนำของวิทยาลัยเชียงรายโดยตลอด ทำให้ ผศ.พัชราวรรณ มีแรงและกำลังใจที่จะขยายงานสุขเป็นให้ครอบคลุม

“แพธเข้ามาสะกิดเราว่า ถ้าจะทำให้สังคมมีความสุข ตัวเราเองต้องสุขก่อน จุดคลิกคือ ให้เราเปลี่ยนตัวเอง พอเราเปลี่ยนแล้วมันดี เราจึงเริ่มมองหา ‘ระบบ’ ที่จะช่วยให้พากัน สุขไปทั้งสังคมที่เราอยู่”

ผศ.พัชราวรรณ แก้วกันทะ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย

จากปัจจัยระดับบุคคลที่มองเห็นความสำคัญและอยากส่งต่อความสุข ความสำเร็จของวิทยาลัยเชียงรายในการขยายงานสุขเป็นก็คือ การมี “ทีม” ที่เข้าใจกัน มีแนวคิด และเป้าหมายเดียวกัน พร้อมทำงานด้วยกันแบบเข้มแข็งโดยมองหาโอกาสจากบริบทที่ตัวเองทำอยู่ เช่น กรณีของ อ.ไพทูรย์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของวิทยาลัย ที่มองเห็นโอกาสที่สุขเป็นจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายวิทยาลัย การนำสุขเป็นไปสอดรับกับกลไกของสโมสรนักศึกษา และการใช้มุมมองด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาวางกรอบ แผนงาน หาตัวชี้วัด ในงานจิตวิทยา เพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ยังมีความท้าทายที่ทีมวิทยาลัยเชียงรายยังต้องเผชิญ ได้แก่

5.1 การพัฒนาบุคลากร สร้างทีมเพื่อ Monitoring ระหว่างทางการขับเคลื่อน เนื่องจากแกนนำหลักของวิทยาลัยที่เข้าใจแนวคิดสุขเป็นหรือจิตวิทยาเชิงบวก ยังจำกัดอยู่ที่ ผศ.พัชราวรรณ และ อ.ไพทูรย์ ซึ่งทั้งคู่เห็นว่าไม่เพียงพอ จำเป็นต้องสร้างเพิ่ม เพราะงานมีการขยับขยายทั้งในวงกว้างและเชิงลึก นอกจากนี้ ยังต้องทำให้คนทำงานใช้กรอบ P D C A ในการประเมินการทำงานของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

5.2 การบริหารเวลาระหว่างภาระงานประจำกับการทำงานสร้างเสริมสุขภาพจิตเชิงบวก โดยเห็นว่างานส่งเสริมสุขภาพจิตเชิงบวกกว่าจะเห็นผลลัพธ์ต้องใช้เวลา ซึ่งทางวิทยาลัยวางกรอบไว้ 5 ปี ตลอดระยะเวลา 5 ปีในการดำเนินงานนี้ จำเป็นต้องมีการกระตุ้นคนทำงานต่อเนื่อง ต้องทำให้ทีมบริหารของวิทยาลัยเห็นความสำคัญอยู่เสมอเพื่อลด Overload งานที่ไม่จำเป็นและเพื่อจัดสรรงบประมาณ ทำให้เกิดความยั่งยืน

6. บทเรียนสำหรับพื้นที่อื่น

จากประสบการณ์การดำเนินงานสุขเป็นมากว่า 2 ปี ผศ.พัชราวรรณ และ อาจารย์ไพทูรย์มองว่า บทเรียนสำคัญในการทำงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต มีดังนี้

6.1 ต้องทำงาน “เปลี่ยนแนวคิด” ผู้คนก่อน โดยมองว่า เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพจิต คนมักจะมองว่าเป็นปัญหาความป่วยไข้ ต้องคัดกรอง ส่งต่อ รักษา แต่การทำงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตนั้น เป็นงานป้องกัน เป็นการทำงานต้นน้ำ เพื่อให้คนที่ยังไม่ป่วยไข้มีทักษะในการรับมือกับทุกข์สุขที่จะเข้ามาในชีวิต

6.2 ต้อง “ท้าทาย” -ยั่วยุ ให้คนลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะหลักการปฏิบัติเพื่อให้มีสุขภาพกาย-ใจที่ดี เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ แต่สิ่งที่ยากคือ การนำความรู้มาสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลลัพธ์กับตัวเอง หากคนลองทำแล้วได้ผล ก็จะเกิดแรงจูงใจที่อยากทำต่อเนื่องและอยากขยายเรื่องนี้ไปสู่คนอื่นๆ

6.3 หา “Key Person” ให้เจอ หมายถึง หาคนที่สนใจ และมุ่งมั่นที่อยากจะลงแรงกับงานนี้ โดยมากมักเป็นคนที่มีมุมมองเปิดกว้าง เปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเอง

Key Persons ในการพัฒนากลไกการทำงานของวิทยาลัยเชียงราย

การดำเนินงานสุขเป็นของวิทยาลัยเชียงราย ที่สามารถพัฒนาจากงานที่เห็นความสำคัญระดับบุคคลไปสู่การพัฒนาเข้าสู่ระบบนโยบายของวิทยาลัยได้นั้น ผศ.พัชราวรรณ แก้วกันทะ คณะพยาบาลศาสตร์ ถือเป็นกำลังหลักในการทำงาน โดยมีบทบาททั้งในเชิงทำงานแนวคิดกับเพื่อนร่วมงาน การแสวงหาทีม การพัฒนาทีม รวมถึงผลักดันให้สุขเป็นเป็นหนึ่งในโยบายสำคัญของวิทยาลัย

ภาพประกอบ

ผศ.พัชราวรรณ แก้วกันทะ อาจารย์ภาควิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย จบการศึกษาด้านการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช และกำลังเรียนต่อระดับดุษฎีบัณฑิตด้านหลักสูตรและการสอน หลังจากศึกษาจบระดับมหาบัณฑิตด้านการพยาบาลได้เข้าเป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยเชียงรายและมีความรักในสถาบันแห่งนี้ โดยมองว่าที่นี่เหมือนบ้าน เพื่อนร่วมงานดี รู้สึกอบอุ่น ทำให้แม้ว่าจะมีสถาบันอื่นเสนอค่าตอบแทนที่สูงกว่า ผศ.พัชราวรรณ ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานที่วิทยาลัยเชียงราย

ด้วยความเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี มีน้ำใจทั้งกับเพื่อนร่วมงานและนักศึกษา เปิดกว้าง พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ และพร้อมพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่มองว่า ตัวเองมีพื้นฐานด้านจิตวิทยาอยู่แล้ว แต่พร้อมเปิดรับแนวคิดเรื่องจิตวิทยาเชิงบวกจากโครงการ และลองปฏิบัติด้วยตัวเองจนเห็นผล นอกจากนี้ ยังมีบุคลิกของการทำงานเป็นทีมได้ดี มีทักษะในการสื่อสาร และยืดหยุ่นในการทำงานกับเพื่อนร่วมทีม

ผศ.พัชราวรรณ เป็นคนที่รักและเห็นคุณค่าในงานที่ทำงาน โดยมองว่า งานที่ทำอยู่ทั้งเรื่องการจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาและการผลักดันงานสุขภาพจิตเชิงบวกในวิทยาลัยเป็นงานที่ “มีคุณค่าและความหมาย” แม้ว่าภาระงานจะค่อนข้างมากแต่ก็มองว่า มีความสุขกับงานที่ทำ และความสุขนี้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงให้ยังคงทำงานนี้อยู่ ทั้งยังมีความมุ่งมั่น พยายามต่อยอดงานที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เห็นได้จากการพยายามนำสุขเป็นให้เป็นหนึ่งในนโยบายของวิทยาลัย เพราะมองว่าเพื่อนร่วมงานและนักศึกษาทุกคนจะได้ประโยชน์